Chiangmai spontaneous trip
2 days 1 night!
...................................................................
คืนวันหนึ่งฉันนั่งดูรายการทีวีทางช่อง ThaiPbs รายการที่พี่ก้อง ทรงกลศเป็นพิธีกร
รายการนั้นมีชื่อว่า "จักรยานบันดาลใจ"...มันบันดาลใจจริงๆค่ะ เพราะหลังจากที่ดูเสร็จ รายการยังไม่จบด้วยมั้ง ฉันก็ชวนเพื่อนไปเชียงใหม่ทันที! พุด เพื่อนคนที่คิดว่าน่าจะให้คำตอบได้เร็วที่สุดตอบตกลง ได้อย่างที่ใจฉันปรารถนาคิด ฉันรีบดูที่พัก ดูรอบรถ จองตั๋ว และวางแผนอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงวันออกเิดินทาง ฉันเลือกเดินทางในคืนวันศุกร์ ซึ่งตอนนี้รู้แล้วว่าคิดผิด เพราะจากที่ทำงานตอนเย็นไปนครชัยแอร์รถติดมาก แทบจะวัดดวงกันเลยทีเดียว โชคดีที่ไปถึงก่อนเวลา 10 นาที ยังพอเข้าห้องน้ำ ซดมาม่ารองท้องได้อยู่
ถึงเชียงใหม่เวลาตี 4 กับ 21 นาที ที่สถานีขนส่งอาเขต ปุ้มปุ้ยเพื่อนที่เชียงใหม่โทรมาได้เวลาพอดี ฉันกับเพื่อนเตรียมขนย้ายกระเป๋าเพื่อเดินออกไปดูรถ ที่จะพาเราไปส่งยังที่พัก ปุ้มปุ้ยบอกใ้ห้ขึ้นรถแดง แต่มันยังเช้าตรู่อยู่ รถแดงไม่ไปถ้าคนไม่เยอะ ถ้าไปก็จะต้องเหมา ฉันและเพื่อนตัดสินใจขึ้นตุ๊กๆ มีคุณป้าคนขับใจดี อู๊เหนือเชื้อเชิญให้เราขึ้นรถกับป้า อู้ไปควันออกจากปากไปด้วย แหม่...ฉันสัมผัสถึงบรรยากาศเชียงใหม่อย่างจริงจังเข้าแล้วสิ ทันทีที่ตุ๊กๆออกรถ ลมเย็นๆพัดมาที่หน้าฉัน ความเงียบของตี4 กว่าๆและเมืองเชียงใหม่ ทำให้ฉันรู้สึกอยากอยู่นานๆ นานกว่าแพลนที่วางเอาไว้...
ปุ้มปุ้ย, เป็นเพื่อนที่มหิดล เรียนจบกิจกรรมบำบัดแล้วมาเรียนต่อป.โท ที่มช. ด้านกิจกรรมบำบัด ปุ้มปุ้ยพักที่คอนโดแถวหน้าโรงพยาบาลมหาราช รถตุ๊กๆมาจอดที่ 7-11 หน้าโรงพยาบาล ปุ้มปุ้ยเดินออกมาต้อนรับพวกเรา โอบกอดพวกเรา ฉันรู้สึกคิดถึงวันเวลาที่เราเคยสนุกร่วมกัน...ภาพมันชัดขึ้น แม้ไม่ได้เจอกันนาน แต่เราก็สนิทกันได้รวดเร็วเพราะเรามีสายใยแห่งโรตาแรคท์เชื่อมกันอยู่
"Hello! you can go inside! " หลวงพี่ที่กำลังกวาดลานวัดตะโกนบอกฉัน ตอนแรกรู้สึกตกใจ หน้าฉันเหมือนเกาหลี หรือญี่ปุ่นขนาดนั้นเชียวเหรอ...แต่อันที่จริงเค้าคงคิดว่าแต่งตัวกางเกงขาสั้นไม่ถูกกาลเทศะแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นคนไทย ฉันทำท่านอบน้อมแล้วบอกหลวงพี่ไปว่าเป็นคนไทย...
วัดนี้ชื่อวัดพันเตา อยู่ละแวกถนนราชดำเนิน ฉันเดินหาร้านเช่าจักรยานและหลงทางมาที่นี่ และจากนั้นก็เดินมั่วลัดเลาะออกจากวัด เข้าซอยเล็กๆ ในซอยมีเกสเฮาส์เยอะมาก และเป็นร้านรวงเล็กๆ โชห่วยน่ารักๆก็ทยอยเิปิดรับแสงแดดวันใหม่ เราถามทางไปเรื่อยๆ จนไปเจอร้านเช่าจักรยานที่ซอยข้างวัดพันอ้น ร้านนี้เปิด 7โมง - 3ทุ่ม เช้าสุดตั้งแต่เดินหามา!
หลังจากนั้นพวกเราก็เร่งปั่นด้วยใจระทึก ตรงดิ่งเลียบถนนสุเทพ เพื่อไป มช. ถนนที่เชียงใหม่รถวิ่งเร็วมาก อันตราย ต้องปั่นแบบระมัดระวังสุดๆ ....อากาศยามเช้าปะทะเข้าหน้าฉัน วิวเบื้องหน้าเป็นภูเขาตั้งตระหง่าน รอบข้างเป็นรถราของชาวเชียงใหม่ที่ต่างก็เดินทางออกไปใช้ชีวิตในเช้าวันใหม่กัน...อารมณ์นี้ฉันอยากเสียบหูฟังแล้วเปิดเพลงอะไรก็ได้ของ the Beatles จัง
หนุ่ม มช. กับแสงแดดที่ร้อนแรงกำลังเล่นบาส คาดว่าจะเป็นกีฬาสีกระมัง...จากนั้นพวกเราก็ปั่นรอบ มช. ปั่นไปเรื่อยๆ
ตลอดทางร่มรื่นมากๆ บางช่วงก็แดด แต่ต้นไม้เยอะจริงๆ มีเนินขึ้นให้วัดความแข็งแรงของกล้ามขา...แต่ก็มีเนินให้ลงวัดความแข็งแรงของน็อตที่ฟิกกับล้อจักรยาน จะล้อหลุดหรือไม่หลุดก็วัดกันตรงนี้แหละ สนุกดีค่ะ พวกเรามาวันเสาร์ นักศึกษาน้อย เราเลยปั่นเหมือนเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยได้เต็มที่เลย แถมยังกรีดร้องเสียงดังได้อย่างสบายใจ อาจจะมีคนด่าแต่พวกเราไม่ได้ยิน
จากนั้นก็ไปแวะที่คณะสถาปัตย์ แวะนานหน่อยคณะนี้ ....
ออกจากคณะสถาปัตย์ก็ปั่นไปหลังสุดของ ม นั่นก็คือ อ่างแก้ว มช. ที่ใครๆหลายคนต้องมาให้ได้....ฉันก็เพิ่งรู้วันนั้นเองค่ะว่านี่คืออ่างแก้ว ซึ่งสวยมาก ธรรมชาติ สงบ ร่มเย็น ฮวงจุ้ยดีมากเลยล่ะ
ออกจาก มช. ฉันก็ปั่นไปหลัง ม. ข้ามถนนสุเทพ ไปยังวัดอุโมงค์ ก่อนถึงวัดอุโมงค์จะเป็นถนนเล็กๆ แวดล้อมไปด้วยหอพักนักศึกษา และร้านเกมเต็มไปหมด ร้านขายของเล็กๆน่ารักๆ เต็มไปหมด ถนนจะมีขึ้นเนินลงเนิน ทำให้การปั่นสนุกขึ้นไปอีกนิด
บ่ายคล้อยพวกเรารู้สึกหิว...จึงปั่นออกจากวัดอุโมงค์เลยมานิดหน่อยประมาณ 300 เมตรจะเจอร้านกาแฟเล็กๆน่ารักๆ ชื่อ
paper spoon หลบซ่อนอยู่ในซอยวัดอุโมงค์แห่งนี้ ร้านแต่งน่ารักมาก ดูเจ้าของร้านใส่ใจในรายละเอียด ทุกๆสเกลเลยล่ะ
แต่ร้านนี้ยังไม่จุใจพวกเรานัก เพราะไม่มีอาหาร มีแต่เครื่องดื่มและคุกกี้ซึ่งอร่อยมาก....
บ่ายแก่ๆ พวกเราโบกรถแดงขึ้นดอยสุเทพ บรรยากาศข้างทางน่าประทับใจ เจอแต่ชาวต่างชาติมากมาย ดอยสุเทพไม่เปลี่ยนแปลงเลย จากที่ฉันเคยมาเมื่อตอน ป.2 ...หลังจากลงดอยมา ปุ้มปุ้ยพาพวกเราไปจัดหนักหมูกระทะรสเด็ดหลัง ม. เพื่อชดเชยวันเวลาทั้งวันที่ใช้พลังงานไปอย่างมากโข แถมยังกินนิดเดียวอีกด้วย ในร้านมีวัยรุ่นมากมาย วัยรุ่นเชียงใหม่หน้าตาดีทั้งนั้นเลย เจริญหูเจริญตาและเจริญปากมาก สำหรับร้านนี้ ขออภัยด้วยล่ะที่เราจำชื่อร้านไม่ได้...
พุดก็กินเยอะเหมือนเดิม พวกเราเลี้ยงปุ้มปุ้ย ในฐานะเจ้าบ้าน
ปุ้ยปุ้ยพาเราเดินเข้าไปใน มช. เพื่อชมกิจกรรมงานสานศิลป์ เป็นกิจกรรมของนักศึกษาปี1 มั้ง จะมีการออกร้านของแต่ละจังหวัด และการแสดง พวกเราได้เข้าร่วมกิจกรรมกับน้องๆ จังหวัดน่าน นั่นคือการเล่นเกมบิงโก! ใครชนะได้ข้ามหลาม ฮ่าๆ
ก็ถือว่าสนุกไปอีกแบบ ได้นั่งเบียดๆเสียดๆเด็กๆปี1 รู้สึกตื่นเต้นจังเลยล่ะ
มืดค่ำแล้วถึงเวลาต้องจรลี พวกเราปิดท้ายของวันด้วยการไปเดินถนนคนเดิน ที่ถนนวัวลาย ระหว่างนั่งรถแดงมีโอกาสได้พบกับน้องคนนึงเป็น ผู้ชายซึ่งไม่ใช่ชายแท้ ฉันสังเกตดูท่าทางเหมือนคนที่มีภาวะ personality disorder อยู่กลายๆ ในที่สุดพวกเราก็เปิดวงสนทนากัน บี พุด ปุ้มปุ้ย และน้อง ....มีการ consult กันมากมาย พวกเราภูมิใจที่ได้มีโอกาสนำความรู้ด้านจิตเวชมาใช้ อย่างน้อยค่ำคืนวันนั้นน้องคนนั้นคงจดจำพวกเราได้ตราบนานเท่านานเลยค่ะ...คิดว่านะ
จบทริปลงอย่างมีความสุข...เรานอนพำนักกันที่คอนโดปุ้มปุ้ย1คืน นอนเหมือนคนตายเลยล่ะ เหนื่อยที่สุดเลย
ตื่นเช้าเอาจักรยานไปคืนและกินข้าวมันไก่ เค้ก ก่อนกลับ กทม.
// ร้านเช่าจักรยานที่เปิดเช้าสุด : ซอยข้างวัดพันอ้น
// ร้านข้าวมันไก่ที่อร่อยสุด เพราะเพิ่งเคยกินร้านเดียว : แถวอนุสวรีย์สามกษัตริย์
// ร้านมองบลังค์ ร้านเค้กฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่น ถนนนิมมานเหมินทร์



