Saturday, February 22, 2014

ฉันมีแต่




ฉันมีแต่
ความคิดถึงที่มากมาย
ความสดใสของวันเก่าๆ
ที่เรามีร่วมกัน

ฉันมีแต่
ความห่วงใย
ข้อมูลรายละเอียด
ที่เก็บและจำทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ
นอกนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย

ฉันมีแต่
กลับไปดูข้อความเก่าๆ
วันที่เรายังตอบโต้กันไปมา
และค่อยๆลดลงจากอีกฝั่ง

ฉันมีแต่
เฝ้าดูเธอ
คอยบังคับใจตัวเอง
ไม่ให้เข้าไปยุ่งอีก

ฉันมีแต่
เฝ้ามอง

ฉันมีแต่
รู้สึก

ฉันมีแต่
ฉันไม่มี
.

.

.

.

บางครั้งเวลาจิตใจที่ว่างเปล่า มันก็มักจะคิดนู่นนี่มาได้เรื่อยๆ

Sunday, February 9, 2014

ที่มา


อยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับที่ทำงานบ้าง
หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
และทำให้เราได้ทบทวนตัวเองได้ ในแต่ละวัน
..
.
แต่บางทีก็ไม่อยากเปิดเผยความลับหรือเรื่องราวในที่ทำงานซะทีเดียว
เพราะที่ำทำงานค่อนข้างมีประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมมากมาย
เขียนไปเขียนมา
อาจจะได้เข้าไปเขียนในคุก! เข้าสักวัน


เอาล่ะ จะคุกไม่คุกก็อย่าลืมส่งข้าวส่งน้ำกันนะคะ
มาเริ่มต้นที่นี่กันเล้ย


"วันแรกที่รู้ตัวว่าได้ทำงานที่นี่"

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า เราเรียนจบจากคณะพยาบาลแห่งหนึ่ง! (เดี๋ยวอ่านๆำไปก็รู้เองง่ะ ฮ่าๆ)
หลังจากเรียนจบแล้วจะต้องเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง! ก็แค่เดินจากคณะ ข้ามถนนไปก็ถึงละ 
โรงพยาบาลกับคณะแทบจะอยู่ในรั้วเดียวกัน ทางฝ่ายการพยาบาลให้เลือกว่าอยากจะทำงานที่หน่วยงานใด เลือกตามลำดับ 1 2 3 เราก็เลือกค่ะ สิ่งที่เลือก

1.OPD(งานการพยาบาลผู้ป่วยนอก)
2.เด็ก (กุมารฯ)
3.ศัลย์

หลังจากที่เลือกก็จะมีการสัมภาษณ์ มาดูตัวซะหน่อย ไอ่ที่ว่าอยากอยู่นักอยากอยู่หนาเนี้ย มันเหมาะจริงมั๊ย แบบ อยากอยู่งานหน้าบ้าน แต่บุคลิกงุ่มง่ามไม่คล่องตัว พูดไม่เพราะเงี้ยะ เค้าคงไม่เอา อยากอยู่งานอายุรศาสตร์แต่มีโรคประจำตัวยาวเป็นพรืดดดด~  ตัวเล็ก ขาวซีด อ่อนแอเงี้ยะ ก็ไม่ควร...

เราให้คำตอบคร่าวๆในวันสัมภาษณ์ว่า 
"ชอบอะไรรวดเร็ว มาแล้วไป ไม่chronic ชอบเดินไปเดินมา วิ่งก็ได้ ไม่ชอบการอยู่นิ่งๆนานๆ ชอบความฉุกเฉิน อยากอยู่ OPD  ER "

 หลังจากที่พี่ได้สัมภาษณ์เราเรียบร้อย ประมาณ 1 เดือนเราต้องเข้าอบรม เรียกว่าเชิงวิชาการ เชิงปฐมนิเทศทำความรู้จักกับหน่วยงาน กับฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาล ก็จะมีวิทยากรเปลี่ยนเวียนไปไม่ซ้ำหน้า ว่าด้วยเรื่อง
- ค่านิยมองค์กร 
- ฝ่ายบุคลากรมาพูดเกี่ยวกับเงินเดือน 
- เวิร์คชอปการส่งlab การอ่านใบorder การเขียน nursing note การประเมิน sedative score 
  พวกยา High alert
- ประเภทขยะในโรงพยาบาล
- การซ้อมหนีไฟ! 
- สวัสดิการต่างๆ
- palliative care (การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย)
- CSSD พวกฝ่ายทำของ sterile 
(และอีกมากมายจำไ้ด้แค่นี้ค่าาาา จริงๆจำได้เยอะกว่านี้แต่ขี้เกียจพิมพ์จ้าาา )

เมื่อสิ้นสุดการประชุมที่ยาวนาน ราวหนึ่งเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้าย
วันประกาศว่าเราได้อยู่ในหน่วยงานไหน ในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ใจสั่น ไม่มีใครเดาออกเลยว่าตัวเองจะได้อยู่งานไหน เพราะตอนสัมภาษณ์ พี่ก็พาออกทะเล ไม่รู้พี่ใช้เกณฑ์อะไรวัด
เพื่อนบางคนก็มีแอบไปดูรายชื่อมาก่อน ก็ไม่รู้มันแอบไปดูอีท่าไหน ดูที่ไหน อาจจะเป็นข่าวโคมลอยมาฉันก็ไม่แน่ใจ...ฉันจะรอลุ้นวันนี้ ของจริง ด้วยตัวเอง

ขณะที่ประกา่ศ พี่หัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่ายก็จะผลัดกันเีขียนไปยืนบน stand และอ่านชื่อน้องๆในหน่วยของพี่ หน่วยที่ประกาศหน่วยแรก จำไม่ได้ละ จนในที่สุดหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง พี่หัวหน้าผมสั้นตรง เดินไปยืนบน stand และค่อยๆประกาศ เราเองก็ไม่ได้สนใจเพราะชั้นไม่ได้เลือก ไม่มีชื่อชั้นแน่นอน

ในที่สุด ..."น้องประณิตา...." เอ่อะ!!!! what? That's my name, right?
อึ้งไปชั่วขณะ และถามเพื่อนข้างๆว่า แก! พี่เค้าเป็นหัวหน้าหน่วยไรนะ
เพื่อนบอก "ผ่าตัดจ้า"

เงิบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
งง.................................................
ชั้นไม่ได้เลือกจ้า
ทำไมชั้นได้???? ชั้นไม่ได้เตรียมใจ ชั้นไม่มีพื้นฐาน ชั้นไม่เคยเข้าไปอยู่ในโลกของการผ่าตัดเลย
แล้วเพื่อนที่เลือกทำไมบางคนไม่ได้???????

ตอนสัมภาษณ์ชั้นบอกว่าชั้นชอบอะไรเร็วๆ ชอบเดินไปเดินมา ไม่ได้บอกเลยว่าชอบยืนอยู่เฉยๆ
เฮ้ย เกิดไรขึ้นกับชีวิตกุ???

งง หูบอด ใครพูดไรมา ไม่รู้ มือสั่น สงสัย รายชื่อปนกันหรืออย่างไร
ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย

หลังจากที่ประกาศรายชื่อแล้ว วันพรุ่งนี้ต้องเข้าหน่วยงานแล้วอ่ะ
ยังทำใจไม่ได้เลย
งงมาก!!


แต่ก็นั่นแหละค่ะ รายชื่อฉันเข้าไปอยู่ในสมาชิกของงานการพยาบาลผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว
ถามว่าเสียใจมั๊ย ? ก็ไม่เสียใจนะ เพียงแต่




ประหลาดใจ @-@



Sunday, February 2, 2014

ในใจ



ในค่ำคืนที่ฉันสับสน มากสิ่งที่ต้องการอยากได้
อยากทำหลายๆอย่าง เต็มไปด้วยความอยาก ความโหยหา
แต่ฉันเองไม่แม้แต่จะใส่ใจเพื่อที่จะไขว่คว้ามัน
ยิ่งมัวแต่คิด ชีวิตก็อยู่แต่ที่เดิม

ฉันลองถามตัวเองว่า ฉันมีความฝันเป็นเช่นไร
สิ่งที่ชัดในหัวคือ ฉันอยากวาดรูปเก่งและมีหนังสือเป็นของตัวเอง
หลังจากที่ฉันตอบคำถามตัวเองได้แล้ว
ฉันก็พบว่า เมื่อ 2ปีมานี้ฉันอ่านหนังสือน้อยมาก
และเขียนบล็อกน้อยลง
การเขียนข้อความยาวๆ มันยากสำหรับฉัน

ปัจจุบันนี้อะไรๆก็รวดเร็ว ยิ่งเขียนสั้น จะทำให้อ่านจบเร็ว เข้าใจเร็ว
ใครๆหลายคนไม่ต้องการที่จะใช้เวลากับสิ่งๆหนึ่งนานเกินไป
เพราะเมื่อคนๆนึงสมาธิสั้นลง ก็มักจะสนใจทำหลายๆสิ่ง ให้ได้
พร้อมๆกัน และใำห้เวลากับสิ่งๆนั้นเพียงชั่วครู่

อืมม...เอายังไงดีนะ
กับเวลาอีก ปี กว่าๆที่ฉันจะพอมีเวลาว่างทำทุกอย่างตามที่ฉันฝัน
ก่อนที่งานประจำจะมารบกวนเวลาส่วนตัวไปมากกว่านี้

ถามว่าอยากวาดรูปเก่ง แล้วทำยังไงบ้าง ก็คงต้องลงมือจริงจัง ปฏิบัติทุกวัน
อยากเขียนเก่งก็ต้องอ่าน อ่านทุกวัน จริงจัง ตั้งใจ


เมื่อไม่นานมานี้ก็อยากเก่งภาษาอังกฤษ
โห...
เห็นมั๊ย เราอยากได้แต่ละอย่างล้วนต้ิองใ้ช้เวลาทั้งสิ้น
ไม่ใช่อยากได้เสื้อผ้าแล้วเดินไปซื้อแล้วได้ทันที
.
.
.
 ทัีกษะ เป็นอะไรที่ต้องฝึกฝน

ในแต่ละสิ่งที่เราต้องการ ล้วนต้องใ้ช้อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ
แน่นอน เงิน จำเป็นมาก จำเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งเราไม่มีเงิน เรามีข้อจำกัดหลายอย่าง
ทำให้ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการได้
 เช่นอยากถ่ายรูปเก่ง แต่ไม่มีเงินซื้อกล้อง

แบบนั้นจะทำไงได้ ก็ต้องดิ้นรนหาเงิน

ฉันเองต้องการที่จะเขียนหนังสือ ก็มีหนังสืออ่านเยอะแยะ ให้ฝึกดูภาษา ดูรูปแบบงานแต่ละคน
ต้องการที่จะวาดรูปสวย ก็มีดินสอ ปากกา ยางลบ เอื้อต่อการวาดมาก ไม่ีมีตังค์ซื้อแค่โคปิคแค่นั้นแหละ

แต่เรากำลังขาดอะไรนะ...รู้แต่มันทำไม่ได้ มันไม่เริ่มสักที
รู้ว่ามันค่อนข้างยาก แต่เราควรอดทนรอ หมั่นฝึกฝน อันนี้เขียนเพื่อให้กำลังใจตัวเองมาก
เพราะไ่่ม่มีใครให้กำลังใจเราได้เท่าตัวเราเอง 
เราเข้าใจทุกอย่างที่เป็นไป

ฉะนั้นค่อยเป็นค่อยไป
แต่ต้องสัญญาก่อนว่า

 
"ต้องเอาใจใส่ความฝันอย่างสม่ำเสมอ"




Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...