Wednesday, December 17, 2014

ค้นพบมันทุกวัน



ตลอดระยะเวลาในการทำงานที่ยูโร
เราแทบไม่อยากเรียกมันว่าทำงานเลย
มันเหมือนกันฝึกปฏิบัติมาก
เราผิดพลาดทุกวัน
เรามีเรื่องให้พี่ต้องดุได้ตลอด

แต่พี่ก็ให้โอกาสแก้ตัวเสมอ
มันเหมือนเป็นที่สั่งสมประสบการณ์
เราผิดพลาด เราแก้ต้วได้

แต่ถ้าเราทำงานเอกชน หรือ กับบริษัทฝรั่ง
เราคงโดนไล่ออกตั้งแต่แรกแล้ว

สิ่งที่เราขาด และขาดมาตลอด
และรู้ตัวมาตลอด แต่ไม่เคยแก้ไข้ได้เลยคือ

ความเอาใจใส่และวินัยในการรับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง

เราอยากปรับปรุงจุดนี้ แต่ทำไมทำไม่เคยได้เลยนะ


Sunday, November 16, 2014

ก่อนจะได้หยุดพัก



ปกติแล้วฉันทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์
ที่ไม่ปกติคือ มีวันเสาร์ อาทิตย์เพิ่มขึ้นมา
ซึ่งสองวันนี้จะไปขลุกตัวอยู่ที่แพทย์เวร
การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างปกติ 


แต่สำหรับเสาร์ อาทิตย์นี้
ผิดแผลกไปจากสัปดาห์ก่อนๆ เหตุเพราะ
พี่ที่ทำงานให้ไปอบรมที่บริษัท olympus 
ฉันก็เลยตัดใจไม่ไปทำงาน อดเงิน 1600 บาทค่าเวรไปเลย
แล้วจู่ๆ ทางบริษัทดันเลื่อนวันอบรมออกไปอีกสัปดาห์
เหตุนี้ทำให้ฉันต้องมองหาลู่ทางใหม่ 
ที่พอจะทำงาน ทำเงิน ได้บ้างในช่วงวันหยุดนี้

การเฝ้าไข้พิเศษ
เป็นทางเลือกที่ฉันเกลียดที่สุด
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ทางเลือก'
ย่อมเป็นทางที่ 'ต้องเลือก'


หลังจากเวลาสี่โมงเย็นของวันปกติ ฉันมักจะพบตัวเอง
ทิ้งตัวนอนหลับแบบไร้สติที่โซฟาในห้องพักเสมอ


แต่วันนี้ต่างจากวันอื่น เป็นเย็นวันศุกร์ที่
ฉันรีบกลับห้อง เก็บข้าวของ เตรียมอาบน้ำ เปลี่ยนชุดทำงานเป็นชุดพยาบาลสีขาว
พร้อมกับทานมื้อเย็นอย่างรวดเร็ว
นั่งพักหายใจหายคอ คืนนี้อีกยาวไกล...


ฉันเริ่มงานเฝ้าไข้พิเศษ 19น. หอผู้ป่วยที่จะเป็นที่พำนักสำหรับฉันคืนนี้คือ
วอร์ดศัลยกรรม สามัญ แค่ได้ยินชื่อนี้ก็หนาวจนสุดขั้วหัวใจ
ร่างกายแทบลุกไหม้เป็นไฟเลยทีเดียว
วอร์ดนี้ขึ้นชื่อว่าร้อนมาก แทบอยากถอดชุดออกเลยล่ะ
ที่บอกว่าหนาวจนสุดขั้วหัวใจก็คือ
มีความเยินพอสมควร ...


โชคดีที่คืนนี้ฉันเจอคนไข้น่ารัก เป็นกันเอง
คุณป้าท่านนี้อายุ 67ปี เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผ่าตัดเอาก้อนออกได้ 2 วันแล้ว สภาพทั่วไปดูดี สีหน้าสดชื่น พูดคุยได้สบายๆ
จะมีปัญหาก็แต่เรื่องปัสสาวะยังออกน้อยอยู่
ฉันเองก็ต้องเฝ้าระวัง สังเกตอาการ คอยบันทึกจำนวนปัสสาวะทุก 4 ชั่วโมง
แพทย์ดูแลให้ได้รับสารน้ำ ด้วยอัตราการไหล 120 ซีซี ต่อชั่วโมง
โดยปกติก็เรียกว่า เพิ่มเรท ให้เร็วขึ้นมากทีเดียวล่ะ พอร่างกายได้รับน้ำเข้ามากๆ
อาจจะช่วยให้ปัสสาวะออกเพิ่มมากขึ้น


ก็เป็นอย่างใจหวังนะคะ ปัสสาวะออกมา 500 ml /4 ชม. อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์รับได้แล้ว

ก็นึกว่าจะโล่งอกเสียแล้ว เพราะแผลผ่าตัด ก็ไม่มีเลือดหรือสารคัดหลั่งอะไรซึมออกมาเลย
คุณป้าก็ไม่บ่นว่าปวดแผลสักนิด 

ฉันพบว่าคืนนี้ฉันจะได้แอบงีบอย่างสุขใจแล้วล่ะ แม้จะร้อนมาก พัดลมพัดไม่ถึง 
อากาศไม่ค่อยถ่ายเท เพราะตึกนี้ขนาบข้างไปด้วยตึกสูงใหญ่ แทบไม่มีลมให้พัดเข้ามาเลยล่ะ 

วอร์ดนี้เป็นวอร์ดรวม มีเตียงคนไข้นอนการเรียงรายประมาณ 12 เตียง
คุณยายเตียงข้างๆ พูด ร้องเจ็บแผลอยู่ตลอดเวลา แม้จะให้ยาแล้วก็ยังไม่หาย
 อีกเตียงเยื้องไปอีกหน่อยเพิ่ง admit มาตอน 5 ทุ่ม 
เบื้องต้นก็มีพยาบาลไปซักประวัติรับใหม่ ไฟเพดานก็ได้เปิดขึ้นอย่างสว่างโร่
สักพักผ่านไป 1 ชั่วโมง มีคุณ extern หรือนักศึกษาแพทย์ปี6 
มาซักประวัติรับใหม่อีกครั้ง ไฟเพดานก็ถูกเปิดอีกครั้ง
ดูท่าว่าคุณป้าของเราจะถูกสิ่งแวดล้อมรบกวนอย่างหนัก

.
.
.

จู่ๆคุณป้าก็ลุกขึ้นนั่งกลางดึก แล้วบอกว่าขอดูในถุงหน่อย ว่ามีบุหรี่มั๊ย
อืม...ดูท่าจะสับสนแล้วล่ะ 
สักพักก็บอกว่า เอากระเป๋าตังค์ให้หน่อย จะจ่ายตังค์
เอะ นี่ตี 3 แล้ว จะจ่ายทำไมตอนนี้
บางครั้งก็ดูมึนงง ถามว่าที่นี่ประเทศไทยหรือเปล่า
เราก็ได้บอกสถานที่ สถานะ แจ้งให้คนไข้ทราบอย่างละเอียด 

ตี4...ป้าก็ลุกขึ้นมาแล้วถามคำถามเดิมอีก


ฉันเองผู้ซึ่งทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า
และอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะ 7 โมงเช้าของอีกวัน 
ซึ่งจริงๆทำแบบนี้ผิดกฎของการทำงานอย่างหนัก 

เริ่มเหนื่อยล้า การแอบงีบไปพร้อมๆกับคนไข้ ไม่ได้สบายเลย
ต้องหลับฟุ๊ปบนโต๊ะ ปวดหลัง ทรมาน บวกกับอากาศที่ร้อนยังกับ
อยู่ในเดือนเมษายน....

ท่องเอาไว้ว่า 1710บาท สำหรับคืนนี้ จะเป็นของเราในอีกไม่กี่ชั่วโมง
ตี5 ฉันเริ่มวัดสัญญาณชีพ สรุปบันทึกการดูแลคนไข้
 เตรียมยา เตรียมน้ำอุ่น เตรียมผ้าเช็ดตัว ผ้าปูเตียง
เตรียมเช็ดตัวให้คนไข้ และตวงปัสสาวะ


ฉันเตรียมทุกอย่างอย่างเงียบๆ ร่างกายเหมือนจะโรยรา แต่จิตใจยังสู้ไหว
การเดินไปมาแทบไม่ได้ยกขา เมื่อยไปทั้งตัว
โชคดีที่คนไข้ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามทุกอย่างอย่างว่าง่าย
ทำให้ภาระกิจ หน้าที่ของเราทำเสร็จตั้งแต่ 6 โมง

ที่เหลือคือรอคอย 7 โมงเช้า ของีบรอละกัน ตาปิดแบบดึงไม่ขึ้นเลยล่ะ
ประหนึ่งกาวขนตาปลอมมันไหลเยิ้มมาเชื่อมกับขอบตาล่าง
เอ้ะ แต่เราไม่ได้ติดขนตาปลอมนะ อิอิ  
 ฉันเตรียมจะยกมือร่ำลาคุณป้า ไปนอนบนที่นอนดีๆ แล้ว


เมื่อถึงเวลา 7 โมง เสมือนได้ยินเสียงพระอาจารย์ดังขึ้น
สมัยตอนที่เป็นนักเรียนแล้วถูกบังคับให้นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นอะไรที่ทรมานมาก

 ฉันยกมือร่ำลาคุณป้า พร้อมอวยพรให้หายไว ๆ จะได้กลับบ้าน
คุณป้าบอกทิ้งท้ายไว้ว่า โชคดีนะหนู พรุ่งนี้มาอีกนะ ป้ารอ

โอวว ฉันพยักหน้าแล้วบอกว่า
 " ค่ะ ไม่แน่ใจนะคะ อาจจะติดงาน
เดี๋ยวจะมีพยาบาลท่านอื่นมาดูแลแทนนะคะ สบายใจได้ค่ะ "

ฉันร่ำลา และขอบคุณพี่ๆที่วอร์ด แล้วลากสังขาร กลับหอพัก
ในใจคิดว่า เสาร์ อาทิตย์ที่ว่างนี้จะกลับบ้าน
และเป็นอาทิตย์เดียวที่ว่าง

ฉันกลับถึงห้องอย่างเหนื่อยล้า แต่หนังตาเริ่มเปิดละ
ตาสว่าง แต่ร่างแทบพัง แทบสลาย 
ฉันเผลอใจทิ้งตัวเองลงโซฟาอย่างไม่สนใจสิ่งใด
พอคิดได้ว่าต้องกลับบ้าน ก็รีบเด้งจากโซฟา อาบน้ำ เปลี่ยนชุด
จัดกระเป๋า หน้าสด ไปที่ท่าเรือวังหลัง เพื่อข้ามฟาก
ไปขึ้นรถเมล์ที่หน้าธรรมศาสตร์



ฉันแวะร้านนายอินทร์ ท่าพระจันทร์  ดูหนังสือเล็กน้อย
 อย่างที่เคยทำมาตลอด
พบว่ามีหนังสือที่อยากได้ จึงซื้อแบบไม่คิดมาก 
ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะเข้าไปแล้วไม่มีอะไรติดมืออกมา
เว้นเสียว่าช่วงนั้นจนมากจริงๆ 
ณ ตอนนั้นฉันพอมีพลังเพิ่มขึ้น จากชาเขียวปั่น S&P 


เสียงเพลงดังขึ้นในหูฟัง ช่วยให้ชีวิตสดใสอีกหนึ่ง step
 สะพายกระเป๋าเสื้อผ้า
ในมืออีข้างมีถุงหนังสือ 2 เล่ม เดินไปรอรถที่หน้า ธรรมศาสตร์


รถเมล์สาย 70 จอดรออยู่ ฉันรีบกระโดดขึ้นไป  มองหาที่นั่งเหมาะๆ 
เย่ๆ ได้พักแล้ว ฉันดูดชาเขียวหวานเย็น ฟังเพลง และฉีก
พลาสติกที่ห่อปากหนังสือออกอย่างกระหาย
เปิดอ่านอย่างไม่มีความกังวลใด
ความง่วง ณ ตอนนั้นไม่มีเหลือแล้ว ฉันเหมือนปกติทุกอย่าง


รถออก เวลา 8.45 น. วิวท้องสนามหลวง วัดพระแก้ว 
ถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า กระทรวงศึกษาธิการ สหประชาชาติ 
เวทีมวยราชดำเนิน...ทอ้งถนนมีรถวิ่งน้อย เป็นเช้าที่สดใสและสวยงามเสมอ

ถึงบ้าน 11 โมง เล่นกับน้องเพื่อน (หลานชาย)
จนเหนื่อย ลืมไปเลยว่าขอที่บ้านนอนพัก
น้องเพื่อนของฉันดื้อขึ้นมาก ฉันต้องใช้พลังงานอย่างสูง
เพื่อนกระโดดโลดเต้น ตามแต่น้องเพื่อนขอร้อง
เมื่อตกบ่าย ฉันรู้สึกร่างของฉันไม่ไหวแล้ว
คุณอาไล่ฉันขึ้นไปพักบนบ้าน อย่างกับรู้ใจว่า ฉันรอการไล่ไปนอนอยู่นะ





เมื่อหัวถึงหมอน 

โลกทั้งใบก็หยุดลงชั่วคราว

โลกที่เป็นของฉันเพียงผู้เดียว

..





ก่อนจะได้หยุดพัก


Sunday, November 2, 2014

เมื่อฉันอยากเป็นนักเขียน


จริงๆแล้วเราอยากเป็นนักเขียนมานานแล้ว
ตอนเด็กๆก็บอกกับแม่มาตลอด
ด้วยความที่ว่าเป็นเด็กบ้านนอก
อาชีพที่ไม่ major แบบนี้
พ่อแม่บ้านไหนๆ คงไม่อยากให้ลูกเป็นนัก

สุดท้ายก็ต้องมาเรียนในสิ่งที่ major เข้าจนได้
แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งความฝันไปซะเลย

ในใจลึกๆ เรายังอยากทำมัน
อยากขลุกตัวอยู่กับการเรียบเรียงตัวอักษร
 บทความ พิสูจน์ตัวอักษร ค่อยๆเปิดพจนานุกรม หาคำถูก
เรียนรู้การใช้ถ้อยคำที่ถูกต้อง สละสลวย
รวบรวมความคิด Grouping วัตถุดิบต่างๆ
แล้วนำมาเรียบเรียงให้น่าสนใจ

อืม  เป็นไปได้อยากฝึกเขียน ฝึกทดลองทุกๆวัน แต่บางวัน
ความเหนื่อยล้าจากงานประจำก็ยากที่ะทานทน
พอถึงห้องปุ๊ปก็พลาดท่าเสียทีให้กับโซฟาตัวใหญ่กลางห้องอยู่ดี

วันนี้นับว่าโชคดีมาก ที่จู่ๆคิดจะอยากสานฝันตัวเอง
แล้วเข้าไปในเว็บเพจของคุณ วินทร์ เลียววาริณ
เดิมทีเราอ่านอยู่เป็นประจำ 
แต่พักหลังๆเริ่มห่างหาย เสพตัวหนังสือน้อยลงมาก
ทั้งๆที่ คุณสมบัติของนักเขียนที่สำคัญคือ

อ่านให้ได้มากที่สุด


......


ตอนนี้ยังอ่านได้น้อย น้อยกว่าคนที่ไม่ได้อยากเป็นนักเขียนเสียด้วยซ้ำ

มันไม่ควรนะแบบนี้

ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะ


Saturday, November 1, 2014

what's I interest ?




book >> cover, illust, writing

photo >> portrait , life 

food >> only eat but would like to do by myself 

journey >> love to touch , contact , photograph, move on

language >> when I want to read some book I don't understand at all.

money >> make for future 

learning >> I don't know , I want or don't want 
not sure!!! 


when I organized my idea
I found that something!!!

The major of all are
Photograph 
and
book

OK 

I'll make it up

go !!

อยากเดินทางคนเดียวลองดู



อยากไปเที่ยว เดินทางคนเดียวลองดู
แม้จะเป็นคนขี้เหงามาก
ชอบอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ
แต่จู่ๆก็พบว่า
อยู่ตัวคนเดียว ทำอะไรคนเดียวหลายหนแล้วล่ะ
แบบไม่รู้ตัว


ถ้าสมมติ 
สมมติเล่นๆนะ ถ้าไปสักที่นึงในประเทศ
เช่น ปาย

เราไปคนเดียว
เราจะเป็นอย่างไรนะ จะงกๆเงิ่นๆ งงๆ
หรือจะเหงา เฝ้าแต่ทวิต
หรือจะลองเข้าไปเดินดูนู่นนี่นั่น
บีจะทำอย่างไรดี อยากมีแรงบันดาลใจ

Tuesday, October 21, 2014

One thing that I saw l



Where is it ??

I am in with here.

It isn't only my work place, where is made me to grow up.

It's a school

a playground 

a home 

a public garden

a restaurant 

blah blah blah

but

Other people called it is Hospital.

I work at here for 1 year and 4 months.

I found many good friends, nice mental and

the best boss.

I think it bring a happiness to me
although sometime I was bored 


but just sometime

lol



มี2 เรื่อง




เอาเป็นว่าบีจะเล่า ทั้งหมด 2 เรื่องก็แล้วกันนะคะ

#1
งานสัปดาห์ที่ต้องทำงานใหม่

อย่างที่บอก เมื่อ entry ที่แล้วว่าบีแอบไปทำงานที่แพทย์เวรค่ะ
ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่กิ๊กเลย ก่อนที่จะกล้าไปนั้น รวบรวมความกล้าอยู่นานประมาณ 4 เดือน 
เพราะหลายคน รวมถึงตัวบีเองด้วยที่เห็นว่า ที่นั่นงานหนัก คนไข้เยอะ
โห... ใครเดินผ่านไปซอยแพทย์เวร มีแต่อยากจะรีบๆเดินให้พ้น area นั้นค่ะ
คนไข้ล้นออกมานอกห้องแพทย์เวร เปลอยู่ตามทางเดินเรียงรายเยอะแยะ
ญาติก็นั่งเฝ้ากันตามมีตามเกิด คนเดินฉุบฉับไปมา คนไข้ก็ร้องโอดโอยปวดท้อง ปวดศีรษะกันไป
อย่างทรมาน รวมถึงต้องรอคิวตรวจอีกนานเช่นกัน

ฟังดูมันน่าทำงานตรงไหน...อืม นั่นสิคะ
บีเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆที่บีไม่คิดจะชอบงานพวกนี้ด้วยซ้ำไป
แต่มีสิ่งที่นึงที่กำใจบีไว้แน่นจนอยู่หมัดคือ

"ความรวดเร็วและต่อเนื่อง"
บีชอบความต่อเนื่องของการทำงาน
ทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักนิด ค่อยไปต่อ
ทำแล้วจบ ตรวจเสร็จ รับยา กลับบ้าน
ไม่ต้องมาเจอหน้ากันนาน 
แบบนี้แหละ บีชอบ 

ซึ่งต่างกับการไปเฝ้าไข้พิเศษโดยสิ้นเชิง
งานเฝ้าไข้ คือนั่งเฝ้าคนไข้คนนึงทั้งวัน ตลอดเวลา 12 ชั่วโมง
ถ้าคนไข้ดีก็ดี บีก็นั่งว่าง นั่งสัปหงก 
คือหยั่งเงี้ยะ มันไม่สนุก มันไม่มีชีวิตชีวาเลยนะ 
บีทำได้สักพัก ก็เลย ผันตัวเองออกมา 
ภาษาบ้านๆเราจะเรียกว่า 

มันไม่ใช่สไตล์ 

ค่ะ  ก่อนที่บีจะปฏิบัติงานจริง บีก็ไปด้อมๆมองๆ แอบไปฝึกๆที่นั่น 
ฝึกฟรี ไม่คิดตังค์ประมาณ 5 วัน วันละ 3 ชั่วโมง
แต่มีวันนึงบีจัดไป 6 ชั่วโมงเลย คืออยากรู้ว่า ทำนานๆ เราจะไหวมั๊ย
เพราะ ถ้าลงเวรทำงานจริงๆ จะทั้งหมด 8 ชั่วโมง
ปรากฏว่า "ไหวค่ะ"
แถมสนุกด้วย วันนั้นมี แพร เพื่อนในกลุ่มตามเลขที่สมัยเรียนของบี
เขาทำงานด้วย เวรเดียวกัน บีเลยมีเพื่อนคุยและคอยช่วยเหลือ
พี่ๆ ก็ใจดีมากเลย พี่บอกว่า พี่ชอบ มาอีกนะ 
พูดอย่างงี้ยิ่งดีใจไปใหญ่นะคะ อิอิ 

วันแรกที่ลงทำงานจริง บีก็เจอเพื่อนสนิทอีกคนค่ะ คือ แพน
แพนเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้วแหละ จริงๆเหมือนเราจะสนิทกันนะคะ
แต่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไม่ค่อยตรงกัน จริงๆแอบต่างกันมากโดยสิ้นเชิง ทำให้เราห่างๆกันไป
แต่แพนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกับบีเสมอ แพนคอยเดินมายิ้มให้ และคอยถามว่า
พอไหวมั๊ย ให้ช่วยมั๊ย ...เป็นวันแรก และการเร่ิมต้นงานจริงๆที่อบอุ่นมาก
และแอบรู้สึกว่า ทำไมชอบมากกว่า OR นะ งานนี้ไม่เครียดเลย 
แต่ OR นะ เครียด กดดันตลอดเวลา 

งานทั่วไปที่บีต้องทำหลักๆ คือ
- การเจาะเลือด
 บีจะถามคนไข้ทุกครั้งเวลาเข้าไปทำหัตถการ หรือให้ยาต่างๆว่า
มีอาการยังไงบ้าง ทำไมถึงมา รพ. เพื่อแอบเรียนรู้ว่า คนไข้มาอาการอย่างงี้ หมอให้ treatment อย่างไร
หมอสั่งเจาะอะไรบ้าง เช่น คนไข้ปวดท้องมาดึกๆ abdominal pain มา คุณหมอมักจะให้เจาะ
Liver profile  , BUN,Cr, CXR,เก็บUA นั่นคงจะดูตับดูไต เค้าเมารึเปล่า เราก็สามารถเดาๆ วิเคราะห์ได้บ้าง เพราะบางที ถ้าบีจะไปเจาะแล้วคนไข้ดันบอกว่า มาด้วยอาการปวดศีรษะ อย่างงี้มันก็สามารถเอะใจได้และว่า เขาสั่งเจาะพวกนี้ทำไม พี่รับorder มาผิด หรือเราสื่อสารกับพี่ผิด หรืออะไร ...พูดง่ายๆว่าช่วยเชคอีกทีหนึ่ง 

- การเปิดเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำ
พวกเรามักจะเรียกสั้นๆว่า เปิดเส้น นี่เป็นหัตถการที่ปราบเซียนมาก
บีสมัยเรียนและตอนอยู่ที่ OR 517 มีโอกาสได้เปิดเส้นบ้าง แต่ไม่เคยจะผ่านไปด้วยดีเลย
พอมาที่นี่ได้ฝึกเยอะมาก ได้ทำ บางคนเส้นไม่มีเลย บีต้องพยายามให้ถึงที่สุด เครียดมากเลย
พอทำบ่อยๆ ชักเริ่มมั่นใจขึ้น เริ่มเรียนรู้ รู้จังหวะ 
บีชักนึกถึงคำพูดของพี่คนนึง ที่อยู่ OR neuro เคยบอกว่า 
"ไม่มีอะไรยาก ขอแค่ทำบ่อยๆมันก็จะได้เอง"

เชื่อสนิทใจ 

มีอยู่เคสนึง ประทับใจมาก เป็นคุณยายแก่ อายุ 82 ปี
S/p bilateral MRM คือผ่าตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลืองออกทั้งสองข้าง
ห้ามทำหัตถการที่แขน ...ตอนแรกบีเกือบเจาะที่แขนแล้ว แต่มีญาติมาบอกไว้ก่อน
ญาติเล่าว่า เคยผ่าตัดมา กับท่านอาจารย์ท่านนึง...โห นี่มันคนไข้ HNB นะ
บียังจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปเปิดเส้นที่แขน...เดี๋ยวได้เรื่อง

สุดท้ายบีต้องไปเจาะที่เท้า ญาติก็บอกว่า หาเส้นยากมากนะ 
ปกติคุณแม่เจ็บหลายหน แต่วันนั้นเราเจาะ Take เดียวผ่าน ญาติชมใหญ่เลย
คือรู้สึกภูมิใจด้วย หุหุ 



#2
งานสัปดาห์หนังสือ
หลังจากเลิกงานที่แพทย์เวรแล้ว
บีก็รีบกลับหอมาเปลี่ยนเสื้อผ้า
งานนี้ดีหน่อย ที่มีปอย รูมเมทของบีเอง
ไปเป็นเพื่อน จริงๆบีวางแผนจะไปคนเดียว
เพราะลังเลว่าจะไปหรือไม่ไป ถ้าชวนแล้วเกิดเราไม่อยากไป
มันจะน่าเกลืยด แต่จู่ๆดันมีพี่มาฝากซื้อ
ก็เลยจำเป็นและเต็มใจที่จะไป

จริงๆไม่อยากพลาดหรอก 
ชอบเดินงานสัปดาห์หนังสือ
ชอบจับดูหนังสือ ปกสวยๆก็จะพลิกหลายๆรอบหน่อย
แต่งานนี้มันแย่มากๆ ตรงที่บีเอง
ไม่สามารถซื้ออะไรได้มากนัก
เพราะเงินไม่พอ
คือช่วงนี้สวมบทบาทคนจนได้แนบเนียนมากเลยล่ะ
จนจริงๆ เอากระเป๋าตังค์มาคว่ำ ก็คงไม่เห็นมีเศษตังค์หลุดออกมาหรอกนะ

หนังสือที่ได้มาก็คือ
real Alaska กับ I'm Malala
ชื่อหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ทุกอย่างดำเนินเรื่องเป็นภาษาไทยทั้งหมด
นอกจากนั้นยังได้
Maze runner มาให้พี่ พี่ฝากซื้อ
แต่พี่ใจดีมาก นอกจากจะให้เรายืมอ่านก่อน
และยังเอากระเป๋าทำมือที่พี่ทำเองให้เป็นรางวัล
ที่แบกหนังสือให้พี่ด้วย

ประทับใจจัง
จริงๆไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ได้อะไร
แต่พอได้ของขวัญทีไร จะตื่นเต้นทุกที


จบละจ้ะ

เป็นยังไงบ้างคะ 
เรื่องราว 2 เรื่องใหญ่ๆ
มันยาวมากเลยสินะคะ
สั้นๆ คมๆ นี่ไม่ชอบค่ะ
ชอบยาวๆ มีรายละเอียด

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณคุณบีนะ คอยอ่านให้ตลอดเลย
ไอ่สัส ชมตัวเอง บ้ามาก

Friday, October 17, 2014

#pre ER



Tomorrow is the first day of my new work place!!
Now, I'm so suffer , excited  and anxiety.
The new work place is emergency unit.!!

wow!!
So many people
and very hard to work!

Why I would like to work at here??
Oh?? 
Keep your questions and 
find out  the reason together. 

My work is take every treatments that ordered by doctor.
Generally treatment are phlebotomy and take antibiotic/fluid intravenous. 

Keep vein open is very hard for me because patient's vein each other not same.
Someone has big venous it's so easy to puncture especially venous of male but
someone has small venous it's so hard and make patient and I suffer.

However tomorrow I will try to the best and be careful in every treatments.








Thursday, October 16, 2014

confuse or suffer ?



I have been in Urology 's operating room for 2 weeks.
I don't know how to explain about my feeling at here.
umm....
It's so complicated equipments  and operations  that I never seen before.
They make me confuse about many kind of guide wire!!!! 

OMG!
Urology  is
 the branch of medicine that focuses on the surgical and medical diseases of  the male and female urinary tract system  and the male reproductive organs. 
(thanks wikipedia.)


but 



Uro surgery was separated by me,There are 2 types   
they was called is penis and abdominal


penis is whatever operations that have a field area penis
such as 
- cystoscopy
- TUR-P, TUR-BT
- URS
- Hypospadia
etc.

abdominal is whatever operations that have a field area abdominal
such as
- every laparoscopy 
- cystectomy
- nephrectomy
- hernia
etc. 

Of course , I love abdominal 
No reason!! 

umm,, maybe I like to use  big equipments more than tiny things.  
It's very comfortable to manage.

For example : Penis's field is hypospadia. 
 It's very hard for surgeon because tissue is so ffffffine.
Then it need to fine forceps and scissors for dissect. 
Oh , I think it is a plastic surgery. 
External genitalia, patient can see it  and they hope it 
 normal look like others. 
Moreover it increase depression for surgeon
but very simple for scrub.

Sometime I'm sleepy. 
Zzzz.











Tuesday, October 14, 2014

Bonanza in my memory :D



This is first vacation, which I spent with my co-workers.
At last week I went to Kao Yai , Nakorn Ratchasrima province.

shock ! 

while I was taking on the bus, I saw the clear sky.
It is  blue sky and white cloud are clear not blur.
In normally, it's their favourite of people who love to take photo such as me.

I screamed in my inner feeling  and
 looked forward to seeing the resort.

I want to take photos with clear sky.
Everything that combine with clear sky 
it's make outcome always so good, I believed.   



Bonanza, it was very luxury resort that I've never seen before.

OMG!!

Bravo!!! 

let's joy with my photos!!

come on, pls!! 

















We are scrub nurse from Head Neck Breast and Paediatric surgery's family 

full fill with 

smile 

joyful

laugh out 

always 

I'm proud to present with photos of  this trip 
because It's so good almost of them. 
And I think, my skill it's grow up!!!

Just for example. 



ใกล้งานหนังสือ


ใกล้ถึงงานสัปดาห์หนังสือแล้ว
รู้สึกตื่นเต้น

โดยปกติแล้วไม่ค่อยชอบเดินงานสัปดาห์หนังสือเท่าไหร่
เพราะคนเยอะ รำคาญ
แต่เอาเข้าจริงๆ
ก็ไม่เคยพลาดมันซักปี
จนแค่ไหนก็ไป กระเป๋าแบนก็ต้องขูดรีดขูดเนื้อตัวเองมาจับจ่าย

นึกถึงสมัยเรียนมัธยมปลาย
เราแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อไปที่ร้าน se-ed บ่อยมาก 
แวะไปวันที่ไม่มีเรียนพิเศษ
แล้วจะสอยหนังสือมาแทบทุกครั้งที่ไป

และอ่านให้มันจบภายในคืนนั้นอย่างรวดเร็ว
เราใช้เวลากับเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์
น้อยมาก 
คือเล่นบ้าง
ไม่ได้เล่นตลอดเวลาแบบนี้

เมื่อตะกี๊พิมพ์ๆอยู่ เห็น notifications เด้งมาก็แว๊บไปเล่นอีกละ
กะจะแว๊บ ก็กลายเป็นนานไปเลย

อืม เห็นมะ
เราอาจจะเหงาเนอะ

ตอนนี้อยากอ่านหนังสือให้มากๆ ไม่ใช่หัวถึงหมอนแล้ว คร่อกฟี้เลย
...

อย่างงี้ไม่ได้หรอก ชีวิตต้องปากกัดตีนถีบหน่อย
สบายไปมันผิดวิสัยนเ

Sunday, August 31, 2014

คนเราเกิดมาทำไม??




คนเราเกิดมาทำไม?
เป็นคำถามที่เบสิคมาก
แต่เราไม่เคยจริงจังกับการจะตอบคำถามนี้เลย
เพราะไม่เคยมีคนมาถามจริงๆจัง


แต่ถ้าดันมีคนมาถามเข้าจริงๆ
หรือวันนี้เราเองรู้สึกอยากถามตัวเองจริงๆ ขึ้นมา 
เราจะตอบมันว่าอย่างไรดี

ยังไงก็ต้องขอย้ำว่า มันเป็นคำตอบของวันนี้
พรุ่งนี้ความรู้สึกอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
เราไม่อาจจะไปรู้อนาคตเนอะ



สำหรับเรา เราค่อนข้างเห็นด้วยกับคำที่ว่า
มนุษย์เกิดมาแล้วต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอด 
จนลามปามไปถึงการทำลายธรรมชาติ ทำลายโลก
ซึ่งที่นั่งพิมพ์ๆอยู่เนี้ยก็บั่นทอนพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติไปละส่วนนึง
แต่นี่ก็คือการดำรงชีวิตอะเนอะ ถ้าเราไม่อยากทำลายโลกใบนี้เลยแม้แต่เศษเสี้ยว
เปอร์เซนเดียว ก็ตายไปเลยดีกว่า เป็นปุ๋ย แต่อาจจะทำลายตอนเผานะ ปล่อยแก๊ส CO2ให้โลกอีก
หรือจะเปลี่ยนศาสนา เป็นแนว ฝังๆ ก็จะต้องมีการก่อสร้างหลุมฝังศพอีก
แทนที่พื้นที่โล่งแบบนั้นจะเอาไปปลูกต้นไม้ให้ช่วยดูด CO2 หน่อย
ก็ดันเอาไปทำหลุมฝันศพซะงั้น


เห็นมะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ทำลายโลกใบนี้
เพราะฉะนั้นเมื่อเราเกิดมาแล้ว เราควรที่จะทำลายโลกใบนี้ให้น้อยที่สุด
และแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับคนรอบข้าง
ฉันเองชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และอยากมีความรู้เยอะๆ
 แล้วคอยให้ความรู้คนรอบข้าง 
เพื่อให้เค้านำความรู้ไปช่วยเหลือตัวเอง และช่วยเหลือคนอื่นได้อีกเป็นทอดๆ
ถ้าคนเรามีความรู้ ตระหนักต่อการกระทำของตนเอง
รับผิดชอบต่อส่วนรวม สังคมจะน่าอยู่มาก

แค่นี้เราก็คิดว่าเราสำเร็จวัตถุประสงค์ของการเกิดมาแล้วมั้ง
เหมือนเป็นการตอบแทนบุญคุณของโลกใบนี้
เป็นสนามเด็กเล่นที่กว้างใหญ่ ให้ทดลอง ให้เดินทาง ให้เรียนรู้ ให้รู้จักผู้คน
เพื่อลิ้มรสของอารมณ์ สุข เศร้า เหงา เซง ได้อย่างสมบูรณ์
เรามีความสุขได้เพราะโลกใบนี้
และวันนึงทุกคนต้องจากไปอยู่แล้ว
ฉะนั้นจึงต้องทำอะไรดีๆฝากไว้บ้าง

แค่นี้แหละ 

Friday, August 1, 2014

ฉันเกลียดวันศุกร์



วันศุกร์คือวันที่ฉันเกลียด
โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์

ทุกคนชอบมาก
แต่ฉันชอบแค่ว่า
พรุ่งนี้มันคือวันเสาร์
แต่

ทุกเย็นวันศุกร์เราจะว่าง
และชีวิตว่างเปล่า
มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการสักนิด


Sunday, June 22, 2014

ความฝันที่ทำหล่นหาย



ฉันเคยฝันว่าซักวันหนึ่งอยากมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม
เพราะอ่านเยอะๆแล้ว มันจะรู้สึกอยากเขียนบ้าง
แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้ฉันไม่สม่ำเสมอกับมัน ไม่จริงจังกับมัน
พอห่างหายไปเรื่อยๆ 
ทำให้มันฝืดไปเสียหมด

ค้นพบว่า
ความฝันจะไม่มีวันล่มสลายหากเราดันทุรังมันไปได้จนสุด

เราละสายตาจากเป้าหมาย
แววตาไม่เด็ดเดี่ยว


คงให้อภัยเรานะ ตอนนี้เรากลับมาแล้วนะ
พร้อมจะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
จับจ้อง สังเกต อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า
เพื่อเธอ

ความฝันของฉัน



Friday, April 11, 2014

บีบ่นตลอด



หนึ่งปีสำหรับการทำงาน
เป็นหนึ่งปีที่ไม่จริงจังกับเรื่องงาน
แต่ตื่นเต้นกับสิทธิ์ในการเลือกวันลาหยุดพักร้อนได้
การได้หยุดเสาร์อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์
การสนุกกับการจัดทริปท่องเที่ยว
การได้รับเงินตกเบิก การเพิ่มเงินเดือนเป็นระลอกๆ 
บางเดือนไม่พอยาไส้ ก็ได้ส่วนเพิ่มนี้มา ก็รอดไป

ทำงาน กลับหอ ไปเรียนพิเศษ
แต่ดูไม่จริงจังกับอะไรเลย
ล้มเหลว
ไม่ผ่าน

แต่ก็ไม่รู้ว่าเราตั้งเป้าไว้สูงเกินไปรึเปล่า

จากนี้ไป สงกรานต์นี้ บีจะเริ่มใหม่
บีทำได้
ตัดทุกอย่างที่ไร้สาระทิ้งไป

บีต้องยืนได้ด้วยตัวเอง
ชีวิตแบบเด็กๆ ต้องทิ้ง

ตอนนี้รู้สึกไม่ชอบการเฝ้าไข้พิเศษ
ชอบการทำงาน OPD มากกว่า
รอยันฮีโทรมาเรียกไปสัมภาษณ์
อยากทำงานมากเลย
ได้เงินน้อยไม่เป็นไร แค่อยากใช้เวลาให้หมดๆไป
โดยไม่ต้องว่าง
เพราะถ้าว่างแล้วเราจะเที่ยว
เราจะเสียตังค์

ไม่เกิดประโยชน์เลย

อึดอัดมานาน


ว่าจะทำแมกกาซีนตั้งแต่ 2ปีก่อน
ตอนนี้แม่ง
เป็นหมันรึยังวะ

เฮ้ออ

ลุยว่ะ งานนี้ต้องได้

พูดไปแล้ว ต้องทำให้ได้

Monday, April 7, 2014

Chiangmai 2014,March #2


เมื่อคืนหนาวมาก
บีไม่มีผ้าห่มมา ถุงนอนไม่ได้เตรียม นึกว่าเชียงใหม่จะร้อน
จัดกางเกงขาสั้นมาเต็มอัตรา เสื้อกันหนาวบางมาก cardigan สุดๆ
เราได้นอนในห้องสมุดของโรงเรียน ซึ่งไม่มีเสื่อปู
เป็นห้องสมุดที่มีชมรมใดสักชมรมนี่แหละมาสร้างให้ไว้ก่อนแล้ว
พื้นปูด้วยไม้กระดานที่ค่อนข้าง ห่าง ประมาณ 7 mm ตอนดึกๆ ลมเย็นๆจะตีขึ้นมา
สำหรับผ้าห่มบีไปยืมจากน้องมา ซึ่งสั้นมาก ถ้าคลุมหัว ขาจะไม่ได้
ถ้าคลุมขา หัวจะเย็น 

ใช้กระเป๋าเป็นหมอนหนุน
คิดถึงวิถีชีวิตชาวค่ายมาก
เราอยุ่กันเท่าที่จำเป็นจริงๆ
เราตัด สละ บางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป

สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี 
ไฟฟ้าไม่มี

ก่อนนอนบีตั้งใจมากที่จะตื่นเช้าเพื่อมาเก็บภาพน้องๆ ออกกำลังลาย
แต่แล้ว ความทรมานทนเหน็บหนาวในตอนกลางคืนทำให้บีไม่สามารถหลับได้
เพิ่งจะมาหลับสนิทเอาตอนเช้า
ความตั้งใจเลยถูกทิ้งไปเลย

ตื่นมาก็.

.











น้องๆทานข้าวกันเสร็จหมดแล้ว เราและเพื่อนๆมาทันตอนปั่นบัดดี้
บีเองก็ไม่ถนัดพวกกวนตีนๆเท่าไหร่
ก็ได้แต่หัวเราะน้องๆ เล่นสนุกๆ
จากนั้นเด็กๆก็พาเราไปแนะนำตัวแต่น้องค่าย

แอบอยากบอกน้องนะว่า พี่จะกลับตอนสายๆล่ะ
มาแป๊ปเดียว เอาง่ายๆก็เหมือนไม่ได้มาเลยล่ะ

พวกเราจองตั๋วเครื่องบินกลับในวันรุ่งขึ้นประมาณ 3ทุ่มครึ่ง
ซึ่ง! ถ้าเราจะอยุ่ต่อก็ย่อมได้ ยังไงก็กลับกรุงเทพทัน
แต่ด้วยความที่เมื่อคืนทนหนาวแบบทรมาน ก็พบว่า
อย่าสู้เลย อีกทั้งเส้นทางน่ากลัวมาก ถ้ากลับรถคนอื่น
เราไม่มั่นใจในชีวิตเท่าไหร่ อีกทั้งที่มาค่ายครั้งนี้ หนีมา
ไม่มีใครบอกพ่อแม่ ถ้าตายขึ้นมาก็...ตาย

...

มีโอกาสได้ไปเดินรอบหมู่บ้านพูดคุยกับพ่อๆแม่ๆ
คนที่นี่น่ารักมาก วันนี้เป็นวันอาทิตย์พอดี
ทุกคนจะต้องไปรวมตัวกันที่โบสถ์เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ตอนแรกนึกว่ามิซซา แต่เปล่าเลย
ที่นี่เป็นชาวคริสเตียน ตอนที่ก้าวเท้าเข้าไปยังโบสถ์ก้าวแรก
รู้สึกถึงความสบาย สนุก คึก เร้าใจ
เพราะมีการเล่นดนตรี เปนเพลงที่ระลึกถึงพระเจ้าล่ะมั้ง
แต่ดนตรีมาเต็ม กลองชุดอัดเต็มเหนี่ยว เบส กีตาร์ไม่ผ่อนเลย
คนร้องก็แบบ เกร็งคอกันสุดๆ
คนในโบสถ์มีทุกเพศทุกวัย เด็กๆ สาวๆ ยันคนแก่ 
บีรู้สึกสนุก รู้สึกการมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ของที่นี่ดูน่ามา เหมือนมาทำกิจกรรมร่วมกัน
คนที่นี่มีพระคัมภีร์อ่าน เป็นภาษาปกากญอด้วยล่ะ เสียดายมากที่แบตกล้องหมด
เลยอดเก็บภาพที่หายากมาให้ดูกัน :D

 
.
.
.

เลือกที่จะกลับ
น้องๆดูสนุกสนานดี ไม่น่าเป็นห่วง
และตอนเย็นๆจะมีพี่เยี่ยมค่ายขึ้นมาอีก 
เลยรู้สึกว่า กลับดีกว่า 

 ระหว่างทางไปแม่แดด ก็เผาป่ากันซะยับเลย 



โป่งแยงแอ่งดอย กินมื้อเที่ยงที่นี่ มีป๋าเลี้ยง ฮ่าๆๆ เป็นร้านที่คิดว่า คงไม่มีปัญญากินหรอก
ดูมันแพงๆ บรรยากาศดีระดับที่คนรวยๆเค้าเข้าถึงได้
ระเบียงยื่นออกไป วิวรอบข้างเปนภูเขา ต้นไม้ใหญ่ มองเห็นน้ำตก
เค้ามีโฆษณาด้วยนะว่า ร้านนี้บี้เดอะสตาร์ชอบไปกิน!!! 
แต่คอนเฟิร์มว่า!!!!
โคตร อร่อย กินฮังเลมันหมูสามชั้นนิ่มยังกะเค้กหน้านิ่ม
กินลืมตาย


หาร้านเค้กกิน ร้านนี้บรรยากาศดีอีกแล้ว Fern Forest กินใต้ร่มไม้ ป๋าเลี้ยงอีกแล้ว
ป๋าที่ว่านี่คือ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมนะ ฮ่าๆๆ กินก่อนส่ง อาจารย์กลับกรุงเทพฯ






และก็ลากลับ กทม ละ
บายบายเชีียงใหม่


แทบจะอยากย้ายบ้านไปอยู่ที่นั่น
ชอบ ><

Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...