Tuesday, February 3, 2015

FlowerDreamTrip #2 go to ChiangDaw




ในเช้าของวันเสาร์ อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส
ยิ้มต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น


ฉันเดินทางมาเชียงใหม่กี่ครั้งแล้วนะ
นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้ว
มากี่ครั้งก็ตกหลุมรักทุกครั้ง
..
.
.
จริงๆเราพยายามจะไม่ตกหลุมรักเมืองนี้ด้วยซ้ำไป
เพราะคนชักเริ่มเยอะ คนชอบมาที่นี่กันเยอะ
ทำให้รถติด มาทีไรก็จะบอกตัวเองเสมอว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะ
จะอ้วกแล้ววว

ธรรมชาติที่สวยงาม โอโซนที่บริสุทธิ์ ฉันสูดมันเข้าไปเต็มๆ
พร้อมจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ววว
แต่พอมีคนชวนเมื่อไร
ก็ตอบตกลงทุกที
เพราะเมืองนี้กว้างขวาง มีหลายสิ่งหลายอย่างให้สัมผัสเรียนรู้
บางอย่างเคยทำ เคยไปแล้วก็ยังไปอีก ไม่รู้เบื่อ
แต่คิดว่าถ้าแก่ไปกว่านี้อาจจะชอบความสงบมากขึ้น 
เชียงใหม่ดูเป็นเมืองของวัยรุ่น ชิคชิค 


เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันต่อ


ทางพี่ก้องได้ติดต่อรถเหลืองให้พวกเรานั่งจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไป เชียงดาว
รถเหลือง ต่างจากรถแดงยังไง 

มันก็คงต่างแค่สีและพื้นที่ในการขับละมั้ง 
นี่
 รถเหลืองเป็นแบบนี้



ที่เห็นๆอยู่ก็เป็นสมาชิกที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
ฉันกับฮิปโปย้ายรถ ตอนแรกนั่งอีกคัน แต่พี่ก้องบอกว่า มีอีกคันที่คนนั่งน้อยมาก 
เราก็กลัวเขาจะเหงาก็เลยชวนฮิปโปย้ายมาคันนี้

คันนี้จะเป็นคนที่ขึ้นจากเชียงใหม่ 
ไม่ได้นั่งรถไฟมากับพวกเรา
เพราะฉะนั้นทุกคนจะดูแปลกหน้ามาก
และน่าทำความรู้จักเป็นอย่างสูง


บทสนทนาเริ่มต้นจากพี่ก้อง ตอนแรกพี่ก้องนั่งมาด้วย
นั่งข้างฉันเลยล่ะ โอวว ดีใจปนเกร็ง 
พี่ก้องชวนให้แนะนำตัวกันสักหน่อย 
เป็นการแนะนำตัวที่ทบทวนกันบ่อยมาก
คิดว่าถ้าสลับที่นั่งกันหรือยืมเสื้อหนาวกันใส่นี่คงมีลืมบ้างล่ะ



บทสนทนาเริ่มขึ้นและไม่มีท่าทีจะจบลง 
พวกเราคุยกันสนุกสนานตลอดทาง

ก่อนอื่นต้องขอเล่าเหตุการณ์สักหน่อย

เรื่องมันพีคตรงที่ว่า มีการแนะนำตัวกัน แล้วจู่ๆคนที่นั่งตรงข้ามกับบีคือ
พี่ก้อ หรือ หมอก้อ

พี่เค้าเป็นหมอ onco เด็ก เกี่ยวกับมะเร็งเด็กอ่า
เราก็รู้สึก ว้าวววว สายอาชีพเดียวกัน อุ่นใจ 
พอถามว่าอยู่ รพ ไร เค้าก็บอกว่า อยู่ รพ.อุดร
ฉันกับฮิปโปนี่ ว้าวววว กันอีก
เนื่องจากเราก็เรียนที่อุดรเหมือนกัน แต่พี่ก้อเรียนอีก โรงเรียนนึง
ซึ่งโรงเรียนก็อยู่ละแวก ข้างๆกัน  พูดถึงอะไรมาก็รู้จักหมด

และจุดพีคอีกรอบคือ
พี่ก้อเคยเป็น intern หรือแพทย์ใช้ทุนที่ รพ. ที่บ้านเราด้วย



บทสนทนาที่เริ่มต้นขึ้นไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในเร็วๆแน่นอน
เชียงดาวอาจจะใกล้เกินไปสำหรับพวกเรา

..

.
สำหรับสมาชิกในรถตอนนั้นก็จะมี 

- บี (เราเอง)
- ข้าวปั้น (จุฬา นิติมั้ง แต่ตอนที่เราบอกว่าเป็นพยาบาล ข้าวปั้นแอบมากระซิบเหมือนกันว่า เอนท์ติดพยาบาลตอนแรกแต่ซิ่ว เราเลยบอกว่า อ่อ ดีแล้ว ฮ่าๆ)
- กิฟต์ (ทำงานที่ ธ.กสิกร)
- พี่เหมียว (ทำหลายอย่างมากเจ๊คนนี้ จบ  food science ถ่ายรูปสวย  เพิ่งกลับจาก ตปท )
-นัท (เปิดร้านกาแฟที่เชียงใหม่ อวู้ววว ร้านไรสักอย่างที่มีคำว่า ฟู้ดกู้ดโซล เรียงไม่ถูก)
- เก้ย (เป็นนิติกร  ลำปาง  )
-ชล (วิดวะไรสักอย่าง งืออ จำไม่ได้ ชลจะเงียบๆหน่อยไม่ค่อยพรีเซ้นตัวเองเท่าไหร่ ฮ่าๆๆ)
- พี่ก้อ (ตามนั้นเลย ข้างบน)
- ฮิปโป (graphic designer และทำนู่นนี่ตามเรื่องตามราวของฮีไป )


จำได้จริงๆนะ ถ้าจำผิดก็แสดงว่าจำผิด 
เส้นทาง เชียงใหม่ - เชียงดาว
ขับรถได้สบายๆ ไม่น่ากลัว มีธรรมชาติให้ดูสองข้างทาง
ถ้าวิวสวยๆพวกเราก็จะอ้าปากค้าง  มองวิวกันเพลินใจดี



รถเหลืองนำพวกเรามาถึงเชียงดาว 
ถึงมะขามป้อม art space โอววว
มันดูดีมากก
เราเคยอ่านหน่อไม้ เรานึกถึงการนอนรวมกันในโรงละคร
แต่นี่มัน

นี่มัน โฮมสเตย์ หรือเกสต์เฮาส์ชัดๆ
เค้าคงปรับปรุงใหม่

สุดยอดมาก พี่ๆที่นั่นต้อนรับเราอย่างอบอุ่น และเป็นกันเองสุด
เหมือนเข้าใจวัยรุ่น รู้สึกสบายใจ 






น้ำดื่มใบเตยหอมชื่นใจ บีชอบมากเป็นพิเศษ
บางคนก็ชอบมะขาม แต่บีว่ามันเข้มเว่อ แบบมะขามจริงจังเกินไป อิอิ
บรรยากาศดีมากเลยล่ะ ร่มรื่น มีร่มไม้ 
มีหินสีขาวๆ อืม เขาเรียกหินอะไรนะ
หินกรวดป้ะ เวลาเดินไปเหยียบแล้วมันจะมีเสียง
กรอบๆๆ

ชอบโมเมนต์ที่ได้ยินเสียง กรอบๆ ประสานกัน
นั่นคือช่วงเวลาที่สมาชิกในทริปกำลังเดินย่ำไปรอบๆ
โต๊ะยาวเพื่อเลือกตักอาหาร ตักน้ำดื่ม
เสียงก้อนหินเสียดสีกัน
พอจะทดแทนเสียงเพลงคลาสิคในภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ได้มั๊ยนะ

น่าจะได้


.

.

.






















Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...