Saturday, September 24, 2016

Flowers for Mrs. Harris







Flowers
for
Mrs. Harris 
/
ดอกไม้สำหรับมิสซิสแฮรีส


หนังสือบางๆเล่มนี้ได้มาจากร้าน
Candide ที่ The Jam Factory คลองสาน
อ่านคำโปรยของเล่มนี้แล้วคิดว่า
ภายในคงจะเป็นเรื่องราวเรียบๆ ง่ายๆ น่ารักๆ 
เลยซื้อไว้อ่านฆ่าเวลาตอนนั่งรถเมล์


พอได้ลองเริ่มอ่านก็รู้สึกว่า เป็นอย่างที่คิดจริงๆค่ะ
เป็นเรื่องราวของหญิงม่ายคนนึงชื่อ แฮรีส
ทำงานทำความสะอาดบ้านที่ลอนดอน 
ย่านอีตันสแควร์และเบลแกรเวีย ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่หรูหราเชียวล่ะ

จะขอเรียกชื่อ Mrs. Harris สั้นๆว่า ป้าแฮรีส ก็แล้วกันนะคะ
วันๆป้าก็ต้องเปิดเข้าเปิดออกบ้านหลายๆหลังเพื่อเข้าไปทำความสะอาด
ป้าแฮรีสชื่นชอบงานเก็บกวาดบ้านมากและมีความสุขทุกครั้ง
ที่ป้าเข้ามาเจอสภาพรกรุงรัง แล้วกลับออกไปพร้อมความหอมสะอาด

วันหนึ่งป้าไปเจอกับชุดในตู้เสื้อผ้าของเลดี้ดานต์
ผู้ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญของป้าคนหนึ่ง
ชุดนั้นเป็นชุดของ ดิออร์ ป้าแฮรีสชอบมาก
และใฝ่ฝันอยากจะครอบครองชุดของ คริสเตียง ดิออร์


ป้าแฮรีสเก็บตังค์ ประหยัดค่าใช้จ่าย ขยันทำงาน
และทำทุกวิถีทางเพือให้ได้เงินมา แล้วนำไปซื้อชุดดิออร์
ซึ่งต้องบินจากลอนดอน ไปปารีส เพื่อซื้อชุด

เรื่องราวมันเริ่มเข้มข้นและสนุกมากขึ้น
ตอนที่ป้าไปปารีส แล้วพบเจอผู้คนมากมาย

.
.


ในหนังสือเล่มนี้พยายามจะสื่อถึง

 1. ความต้องการทางวัตถุนิยมของชนชั้นแรงงาน
บางคนอาจจะมองว่า การที่คนๆนึง ทำงานได้เงินค่าแรงน้อยนิด
แต่มีความใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสิ่งของที่มีมูลค่าราคาแพง
นั้นเป็นพวกหัวสูง รสนิยมเกินตัว ซึ่งจริงๆแล้วเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะ
รับผิดชอบต่อความฝันของตัวเอง


2. การดูถูกเหยียดหยามกับคนต่างชนชั้น
เมื่อป้าแฮรีสไปถึงสำนักงานของคริสเตียง ดิออร์
กลับพบว่าได้รับการดูถูกจากคนที่นั่น เนื่องจากการแต่งตัวของป้า
ฐานะ อาชีพของป้า ทำให้คนเหล่านั้นไม่เชื่อว่า ป้าจะนำเงินมาจากไหนมากมาย
เพื่อมาซื้อชุดราคาแพงนั้นได้ ซึ่งอ่านถึงตรงนี้
เราก็รู้สึกว่า การตัดสินคนจากภายนอกนั้น มันเป็นพื้นฐานแว๊บแรกที่
คนทุกคนต้องตัดสิน คนเราใช้เวลาเจอกันเพียงไม่กี่นาที
เราไม่มีทางรู้เรื่องราวของเค้าได้อย่างละเอียด
สิ่งที่แสดงให้เห็นคือ ภาพลักษณ์ภายนอกนั่นเอง

แต่สำหรับเรา เราตัดสินคนจากภายนอกจริง
แต่ตัดสินแค่ 50%  เราจะยังไม่สรุป ยังไม่จัดกลุ่มให้เค้า ว่าเค้าอยู่กลุ่มไหน
ที่เหลือคือการพูดคุย ทำความรู้จัก 
ถ้ามีฐานะไม่ค่อยดี แต่ความคิดดี ทัศนคติดี นั่นก็คือโอเค

การมองคนสำหรับเรา เรามักจะตัดสินเค้าจากความคิดและการกระทำ
เค้าปฏิบัติตัวต่อคนที่สูงกว่าเค้ายังไง 
แล้วปฏิบัติตัวต่อคนที่ต่ำกว่าเค้ายังไง
ถ้าปฏิบัติตัวเท่าเทียม ไม่ดูถูกเหยียดหยามคนที่ต่ำกว่า
ไม่ยกยอปอปั้นคนที่สูงกว่า นั่นก็ถือว่าโอเค 


3. ความฝันอันยิ่งใหญ่
คำว่า "อย่าละสายตาจากเป้าหมาย"
ยังคงเป็นคำพูดี่จำติดฝังใจเรามานาน ตั้งแต่วันนั้นที่ได้ยิน
จากวันปัจฉิมนิเทศที่โรงเรียนตอน ม.6

ป้าแฮรีสเป็นตัวอย่างของการไม่ละสายตาจากเป้าหมาย
ป้าคิดแค่ว่า "กุจะเอาชุดดิออร์" คิดแค่นี้ แล้วมุ่งทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชุดนั้นมา
ป้าตั้งใจทำงาน ส่งชิงโชคทายผลฟุตบอล ประหยัดอดออม
เพื่อให้ได้เงินไปซื้อชุด 

ในผลสุดท้ายคุณค่าในตัวป้าไม่ได้อยู่ที่ว่าป้าได้ครอบครอง"ชุด"ที่สวยที่สุด
แต่มันคือการที่ป้าได้ครอบครอง "ความฝัน" ของป้าแล้วต่างหาก


4.  ทำลายกำแพง
อย่างที่บอก หนังสือเล่มนี้เล่นเรื่องชนชั้นโดยตรง
การพูดคุย การเข้าสังคมกับคนที่ต่างชนชั้นกับเรา นั่นหมายถึง
ต่างฝ่ายต่างเปิดใจ และทำความรู้จักกับอีกฝ่าย โดยไม่สนใจว่าเขาเป็นใคร

ในสังคมที่สังเกตเห็นยังมีอยู่มาก
คนที่เรียนจบสูง มีอีโก้สูง มักจะไม่มองและสนใจความคิดของคนที่การศึกษาต่ำกว่า
ในเรื่องจะโยงไปถึงฉากที่ มิสซิสแฮรีสกับท่านมาร์ควิสซึ่งเป็นชนชั้นสูง
ทั้งสองบังเอิญเจอกันที่ตลาดดอกไม้ที่ปารีส ป้าแฮรีสได้แนะนำเกี่ยวกับเรื่อง
การหย่อนเหรียญทองแดงลงไปในน้ำ เพื่อฟื้นฟูดอกไม้ที่เหี่ยวให้สดขึ้น

ป้าแฮรีส ถึงแม้จะการศึกษาน้อยแต่ก็กล้าที่จะพังกำแพงเพื่อเข้าไปให้คำแนะนำ
วิธีการดูแลดอกไม้แก่ท่านมาร์ควิส ซึ่งเป็นชนชั้นสูง

ท่านมาร์ควิสเองก็ยอมรับฟังความคิดเห็น และคำแนะนำ จากคนที่ต่ำกว่า
ซึ่งเป็นการกระทำที่ดูน่ารักมากๆ สำหรับเรา 

ทำให้นึกถึงขณะที่เราทำงาน เราทำงานกับอาจารย์ที่เรียนจบสูงๆ
เรียนจบต่างประเทศ เวลาที่เกิดปัญหาต่างๆในที่ทำงาน
บางครั้งอาจารย์ก็ต้องพึ่งเราในแง่เรื่องการดูแลเครื่องมือ การแก้ไขปัญหาที่เรามักจะพบเจอบ่อยๆ
หรือไม่ก็ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะทำงาน
นั่นถือเป็นการทำงานที่ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน




เท่าที่อ่าน เราก็จับข้อคิดในเรื่องนี้ได้เท่านี้
แต่จริงๆแล้ว หนังสือเล่มนี้แฝงอะไรไว้เยอะมาก
ถ้าอ่านจนบทสุดท้ายจะรู้ว่า
ผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นตัวละครในหลายมิติ
การเปรียบเทียบตัวละครหนึ่งกับอีกตัวละครหนึ่งได้เป็นอย่างดี
ทุกอย่างเกี่ยวโยงกันและ
ทุกคาแร็กเต้อเราจะสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน
























Wednesday, September 14, 2016

ปีนัง [6] - ภาพชุดที่ 3



3.
L i f e


เอาจริงๆ ปีนังก็เหมือนตัวจังหวัดใหญ่ๆของเมืองไทยนะ
เช่นพวก ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดร จันทบุรี 
อะไรแบบนั้น
คือก็มีความในเมืองและมีความไม่ตึกสูง

ผู้คนที่นี่น่ารักมากๆเลย โดยเฉพาะชาวจีน
บีเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ก็มักจะมีคนจีนคอยทักเสมอว่า
ระวังกระเป๋านะ เดินข้ามถนนระวังด้วยนะ

แต่กับคนแขก นี่บีรู้สึกกลัวเป็นพิเศษ
ชอบเดินมาถามว่าจะไปไหน แล้วแนะนำที่ท่องเที่ยวให้
พอพูดเสร็จก็บอกว่า 1 dollar    ๆๆๆ 
พูดอยู่นั่นแหละ น่ากลัวมาก

พ่องตายยยยยยย

พวกเราเจอคนแขกทีไรเป็นต้องรีบเดินหนีให้ไกลทุกทีเลย




ปีนัง [5] - ภาพชุดที่ 2



2.
อาคารบ้านเรือน

อาคารบ้านเรือนที่ปีนังสวยดีนะคะ
เป็นสถาปัตยกรรมจีน ผสม โปรตุเกส
คือจะผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
ซึ่งสามารถพบเห็นหน้าเจ้าตึกคล้ายๆนี้ได้แถวๆ มาเลเซีย สิงคโปร์ 
และที่บ้านเราก็มี แถวภูเกต หรือที่กรุงเทพก็มีนะ

รู้สึกชอบมากอ่ะ 
ลายกระเบี้องสวยดี
มาดูกันนะว่าสถาปัตยกรรมที่ว่านี้มันเป็นลักษณะแบบไหน











ปีนัง [4] - ภาพชุดที่ 1


 1.
 Street Art



จริงๆมีเยอะมาก 
เต็มเมืองปีนังเลยล่ะ
แต่บีหาเจอแค่นี้
บางทีการเดินหาภาพ paint ตามฝาผนังนี่มันก็สนุกเหมือนกันนะ
บางทีก็อยู่บนกำแพงสูงๆ ไม่ได้อยู่ในลานสายตาเลย
บางทีก็อยู่ริมถนนแบบที่รถวิ่งผ่านไปผ่านมา 
แทบไม่มีโอกาสได้เดินไปถ่ายรูปเลยล่ะ กลัวรถชน

แค่นี้บีว่าก็เยอะมากแล้วนะ 







Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...