Tuesday, September 13, 2016

 ปีนัง [1] - ก่อนไปปีนัง


บ๊ายบายยยย กรุงเทพฯ


7โมงเช้า,วันศุกร์ 
แต่ละชีวิตในกรุงเทพ
กำลังออกเดินทางไปทำงานเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์
รถเต็มท้องถนน กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ 
ตามแต่พื้นที่ถนนจะให้ขยับไปได้

ฉันมองเห็นเขาเหล่านั้นกำลังค่อยๆลอดผ่านใต้ปีกเครื่องบินอย่างช้าๆ
แล้วพวกเขาก็เล็กลงเรื่อยๆ 




เมฆก้อนใหญ่สีขาวตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด
ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาแทนที่ 


ฉันกำลังห่างออกมาจากโลกอีกใบหนึ่งสินะ
และโลกอีกใบหนึ่งที่อยู่นี้ มีเพียงฉันและลูกเรือบนเครื่องบินอีกกว่าร้อยชีวิต
เรากำลังมุ่งหน้าไปสนามบินนานาชาติ หาดใหญ่



..

เป็นการมาเยือนหาดใหญ่ครั้งแรกของฉัน
คนที่นี่น่ารักยิ้มแย้ม แถมยังชอบพูดเล่นพูดฮาอีก
ฉันรู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่มีคนทักทาย และแลกรอยยิ้มให้แก่กัน
ทำให้การมาเยือนของคนแปลกหน้าอย่างฉันดูไม่ต้องเคอะเขิน


น้องปราง น้องรหัสที่รหัสคลานตามกันมาติดๆ
ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีมาก คอยบอกและแนะนำเรื่องที่จำเป็นต่างๆ
ที่ควรรู้เมื่อมาถึงหาดใหญ่ 
ทำให้ฉันและแคนดี้ (น้องรหัสอีกคน) รู้สึกไม่เป็นกังวลต่อสถานที่แปลกใหม่แห่งนี้เลยล่ะ


พวกเราเดินออกมาจากสนามบินนานาชาติหาดใหญ่
เพื่อขึ้นรถสองแถวเข้าเมือง มุ่งหน้าไปยังตลาดกิมหยง
ตามที่อ่านรีวิวมาบอกว่า ที่ตลาดมีบริษัททัวร์ที่เป็นรถตู้
หาดใหญ่ - ปีนัง 


ขณะนั่งสองแถวฉันก็เปิด google map ไปด้วยกันพลาด
แต่ผลมันไม่เป็นอย่างใจเลย
ฉันพาน้องๆนั่งเลยตลาดกิมหยงไปหลายป้ายเลยล่ะ
ตอนแรกนึกว่ารถจะเลี้ยวกลับ แต่รถกลับไม่ยอมเลี้ยวซักทีเลย

พวกเราตัดสินใจกดกริ่งเพื่อลงจากรถ
รถมาจอดที่หน้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
จากนั้นพวกเราก็เดินข้ามสะพานลอยมาเพื่อนั่งวินมอไซค์
ย้อนกลับไปยังตลาดกิมหยง



พี่วินมอไซค์พาพวกเรามาถึงบริษัททัวร์ ที่ชื่อ 
อาหลินทัวร์ อยู่ใต้ตึกโรงแรม Aloha
ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ยังเปิดเป็นโรงแรมอยู่ไหม
เพราะด้านล่างมีโซนขายก๋วยเตี๋ยว
และโต๊ะสำหรับขายบัตรรถตู้

พวกเราตื่นเต้นกันมาก
คอยยิงคำถามใส่อาแปะที่ขายบัตรอย่างรัวๆ 
และอาแปะก็ไม่ยอมตอบคำถามพวกเรา
เอาแต่เขียนตั๋วให้อย่างใจจดใจจ่อ

และอาแปะก็เงยหน้าขึ้นมาบอกว่า
 "เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง รอแปป  ใจเย็น"




พวกเราได้ตั๋ว หาดใหญ่ - ปีนัง ไปกลับ ในราคาคนละ   750 บาท
ราคาอยู่ในระดับปกติ 


อาแปะบอกว่าอีกประมาณ 30 นาที รถจะมาถึง ให้เราไปหาอะไรทานรอได้
และแนะนำให้มาทานที่ร้านนี้ 

"ถนัดศรีหาดใหญ่"

อร่อยที่สุดเลยยยยยย
บีสั่งเล็กน้ำใส หมูสดและลูกชิ้น น้ำซุปอร่อยแล้วอร่อยอีก เกลี้ยงชามจ่ะ
แหม่ เริ่มต้นทริปด้วยอาหารอร่อยๆนี่ มันเหมือนเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆเลยนะ



จากนั้นอาแปะก็โทรมาตาม
บอกว่ารถมารับแล้ว พวกเราก็รีบเดินไปขึ้นรถตู้


รถตู้นำพวกเรามาถึงตัวบริษัทจริงๆ
ซึ่งมีคนหลายคนที่จะร่วมเดินทางไปกับเราคอยอยู่ตรงนี้ก่อนหน้าแล้ว
พอเจ๊เจ้าของบริษัทเจอพวกเราแล้วก็แซวว่า

 "มีแต่สาวๆ พาไปขายดีมั๊ยเนี่ย"
อุ๊บส์!! เจ๊อ่ะ ถ้าขายออกก็ดีสิคะ ฮิฮิ

มีน้องๆที่บริษัทมาเก็บพาสปอร์ตไปเพื่อกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองให้
โถววว ดีจังเลย ไม่ต้องกรอกเอง สบายค่ะ



เมื่อถึงเวลาพวกเราก็ขึ้นรถตู้ เราได้ที่นั่งแถวเดียวกันเลย เพราะจองไว้ก่อนหน้าแล้ว
ข้างหน้าเราเป็นคนไทย ชญ น่าจะเป็นแฟนกัน ดูเค้าน่ารักมาก ยิ้มให้พวกเราบ่อยๆ
ข้างหลังเป็นแกงค์ชาวจีนมาเลย์ พูดเสียงดังตลอดทางเลยล่ะ รำคาญญญญญ


พวกเราข้ามด่านที่ชื่อว่า สะเดา
จากนั้นก็เข้าเขตมาเลเซียเป็นอันเรียบร้อย
บรรยากาศระหว่างทางก็ไม่ต่างอะไรกับประเทศไทย
ต่างก็เพียงแต่ป้ายต่างๆที่เป็นภาษามาเลย์ ตัวอักษรเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ความหมายจะเป็นของเค้าเอง
บางป้ายก็เหมือนที่อินโดเลย
เช่น 
สวัสดี = salamat datang 
ไก่ = ayam
บะหมี่ = mi 

นอกจากป้ายที่ต่างภาษาแล้ว รถที่นี่นิยมใช้ยี่ห้อ proton กันเยอะมากๆเลย

น่าสนุกจัง
รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมากๆแล้ว
ปีนังจะเป็นยังไงน๊า
อยากข้ามสะพานข้ามน้ำที่ยาวๆแล้ว 
ฉันนั่งมองริมหน้าต่างตลอดเวลา เพื่อรอดูวิวริมสะพาน
ส่วนน้องๆอีก2 คน หลับยาวเลย ฮ่าๆๆ







No comments:

Post a Comment

Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...