เอาเป็นว่าบีจะเล่า ทั้งหมด 2 เรื่องก็แล้วกันนะคะ
#1
งานสัปดาห์ที่ต้องทำงานใหม่
อย่างที่บอก เมื่อ entry ที่แล้วว่าบีแอบไปทำงานที่แพทย์เวรค่ะ
ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่กิ๊กเลย ก่อนที่จะกล้าไปนั้น รวบรวมความกล้าอยู่นานประมาณ 4 เดือน
เพราะหลายคน รวมถึงตัวบีเองด้วยที่เห็นว่า ที่นั่นงานหนัก คนไข้เยอะ
โห... ใครเดินผ่านไปซอยแพทย์เวร มีแต่อยากจะรีบๆเดินให้พ้น area นั้นค่ะ
คนไข้ล้นออกมานอกห้องแพทย์เวร เปลอยู่ตามทางเดินเรียงรายเยอะแยะ
ญาติก็นั่งเฝ้ากันตามมีตามเกิด คนเดินฉุบฉับไปมา คนไข้ก็ร้องโอดโอยปวดท้อง ปวดศีรษะกันไป
อย่างทรมาน รวมถึงต้องรอคิวตรวจอีกนานเช่นกัน
ฟังดูมันน่าทำงานตรงไหน...อืม นั่นสิคะ
บีเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆที่บีไม่คิดจะชอบงานพวกนี้ด้วยซ้ำไป
แต่มีสิ่งที่นึงที่กำใจบีไว้แน่นจนอยู่หมัดคือ
"ความรวดเร็วและต่อเนื่อง"
บีชอบความต่อเนื่องของการทำงาน
ทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักนิด ค่อยไปต่อ
ทำแล้วจบ ตรวจเสร็จ รับยา กลับบ้าน
ไม่ต้องมาเจอหน้ากันนาน
แบบนี้แหละ บีชอบ
ซึ่งต่างกับการไปเฝ้าไข้พิเศษโดยสิ้นเชิง
งานเฝ้าไข้ คือนั่งเฝ้าคนไข้คนนึงทั้งวัน ตลอดเวลา 12 ชั่วโมง
ถ้าคนไข้ดีก็ดี บีก็นั่งว่าง นั่งสัปหงก
คือหยั่งเงี้ยะ มันไม่สนุก มันไม่มีชีวิตชีวาเลยนะ
บีทำได้สักพัก ก็เลย ผันตัวเองออกมา
ภาษาบ้านๆเราจะเรียกว่า
มันไม่ใช่สไตล์
ค่ะ ก่อนที่บีจะปฏิบัติงานจริง บีก็ไปด้อมๆมองๆ แอบไปฝึกๆที่นั่น
ฝึกฟรี ไม่คิดตังค์ประมาณ 5 วัน วันละ 3 ชั่วโมง
แต่มีวันนึงบีจัดไป 6 ชั่วโมงเลย คืออยากรู้ว่า ทำนานๆ เราจะไหวมั๊ย
เพราะ ถ้าลงเวรทำงานจริงๆ จะทั้งหมด 8 ชั่วโมง
ปรากฏว่า "ไหวค่ะ"
แถมสนุกด้วย วันนั้นมี แพร เพื่อนในกลุ่มตามเลขที่สมัยเรียนของบี
เขาทำงานด้วย เวรเดียวกัน บีเลยมีเพื่อนคุยและคอยช่วยเหลือ
พี่ๆ ก็ใจดีมากเลย พี่บอกว่า พี่ชอบ มาอีกนะ
พูดอย่างงี้ยิ่งดีใจไปใหญ่นะคะ อิอิ
วันแรกที่ลงทำงานจริง บีก็เจอเพื่อนสนิทอีกคนค่ะ คือ แพน
แพนเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้วแหละ จริงๆเหมือนเราจะสนิทกันนะคะ
แต่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไม่ค่อยตรงกัน จริงๆแอบต่างกันมากโดยสิ้นเชิง ทำให้เราห่างๆกันไป
แต่แพนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกับบีเสมอ แพนคอยเดินมายิ้มให้ และคอยถามว่า
พอไหวมั๊ย ให้ช่วยมั๊ย ...เป็นวันแรก และการเร่ิมต้นงานจริงๆที่อบอุ่นมาก
และแอบรู้สึกว่า ทำไมชอบมากกว่า OR นะ งานนี้ไม่เครียดเลย
แต่ OR นะ เครียด กดดันตลอดเวลา
งานทั่วไปที่บีต้องทำหลักๆ คือ
- การเจาะเลือด
บีจะถามคนไข้ทุกครั้งเวลาเข้าไปทำหัตถการ หรือให้ยาต่างๆว่า
มีอาการยังไงบ้าง ทำไมถึงมา รพ. เพื่อแอบเรียนรู้ว่า คนไข้มาอาการอย่างงี้ หมอให้ treatment อย่างไร
หมอสั่งเจาะอะไรบ้าง เช่น คนไข้ปวดท้องมาดึกๆ abdominal pain มา คุณหมอมักจะให้เจาะ
Liver profile , BUN,Cr, CXR,เก็บUA นั่นคงจะดูตับดูไต เค้าเมารึเปล่า เราก็สามารถเดาๆ วิเคราะห์ได้บ้าง เพราะบางที ถ้าบีจะไปเจาะแล้วคนไข้ดันบอกว่า มาด้วยอาการปวดศีรษะ อย่างงี้มันก็สามารถเอะใจได้และว่า เขาสั่งเจาะพวกนี้ทำไม พี่รับorder มาผิด หรือเราสื่อสารกับพี่ผิด หรืออะไร ...พูดง่ายๆว่าช่วยเชคอีกทีหนึ่ง
- การเปิดเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำ
พวกเรามักจะเรียกสั้นๆว่า เปิดเส้น นี่เป็นหัตถการที่ปราบเซียนมาก
บีสมัยเรียนและตอนอยู่ที่ OR 517 มีโอกาสได้เปิดเส้นบ้าง แต่ไม่เคยจะผ่านไปด้วยดีเลย
พอมาที่นี่ได้ฝึกเยอะมาก ได้ทำ บางคนเส้นไม่มีเลย บีต้องพยายามให้ถึงที่สุด เครียดมากเลย
พอทำบ่อยๆ ชักเริ่มมั่นใจขึ้น เริ่มเรียนรู้ รู้จังหวะ
บีชักนึกถึงคำพูดของพี่คนนึง ที่อยู่ OR neuro เคยบอกว่า
"ไม่มีอะไรยาก ขอแค่ทำบ่อยๆมันก็จะได้เอง"
เชื่อสนิทใจ
มีอยู่เคสนึง ประทับใจมาก เป็นคุณยายแก่ อายุ 82 ปี
S/p bilateral MRM คือผ่าตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลืองออกทั้งสองข้าง
ห้ามทำหัตถการที่แขน ...ตอนแรกบีเกือบเจาะที่แขนแล้ว แต่มีญาติมาบอกไว้ก่อน
ญาติเล่าว่า เคยผ่าตัดมา กับท่านอาจารย์ท่านนึง...โห นี่มันคนไข้ HNB นะ
บียังจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปเปิดเส้นที่แขน...เดี๋ยวได้เรื่อง
สุดท้ายบีต้องไปเจาะที่เท้า ญาติก็บอกว่า หาเส้นยากมากนะ
ปกติคุณแม่เจ็บหลายหน แต่วันนั้นเราเจาะ Take เดียวผ่าน ญาติชมใหญ่เลย
คือรู้สึกภูมิใจด้วย หุหุ
#2
งานสัปดาห์หนังสือ
หลังจากเลิกงานที่แพทย์เวรแล้ว
บีก็รีบกลับหอมาเปลี่ยนเสื้อผ้า
งานนี้ดีหน่อย ที่มีปอย รูมเมทของบีเอง
ไปเป็นเพื่อน จริงๆบีวางแผนจะไปคนเดียว
เพราะลังเลว่าจะไปหรือไม่ไป ถ้าชวนแล้วเกิดเราไม่อยากไป
มันจะน่าเกลืยด แต่จู่ๆดันมีพี่มาฝากซื้อ
ก็เลยจำเป็นและเต็มใจที่จะไป
จริงๆไม่อยากพลาดหรอก
ชอบเดินงานสัปดาห์หนังสือ
ชอบจับดูหนังสือ ปกสวยๆก็จะพลิกหลายๆรอบหน่อย
แต่งานนี้มันแย่มากๆ ตรงที่บีเอง
ไม่สามารถซื้ออะไรได้มากนัก
เพราะเงินไม่พอ
คือช่วงนี้สวมบทบาทคนจนได้แนบเนียนมากเลยล่ะ
จนจริงๆ เอากระเป๋าตังค์มาคว่ำ ก็คงไม่เห็นมีเศษตังค์หลุดออกมาหรอกนะ
หนังสือที่ได้มาก็คือ
real Alaska กับ I'm Malala
ชื่อหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ทุกอย่างดำเนินเรื่องเป็นภาษาไทยทั้งหมด
นอกจากนั้นยังได้
Maze runner มาให้พี่ พี่ฝากซื้อ
แต่พี่ใจดีมาก นอกจากจะให้เรายืมอ่านก่อน
และยังเอากระเป๋าทำมือที่พี่ทำเองให้เป็นรางวัล
ที่แบกหนังสือให้พี่ด้วย
ประทับใจจัง
จริงๆไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ได้อะไร
แต่พอได้ของขวัญทีไร จะตื่นเต้นทุกที
จบละจ้ะ
เป็นยังไงบ้างคะ
เรื่องราว 2 เรื่องใหญ่ๆ
มันยาวมากเลยสินะคะ
สั้นๆ คมๆ นี่ไม่ชอบค่ะ
ชอบยาวๆ มีรายละเอียด
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณคุณบีนะ คอยอ่านให้ตลอดเลย
ไอ่สัส ชมตัวเอง บ้ามาก