My
story
in
2 0 1 5
..........................
01. January
ทริป ดินแดนแสนดอกไม้ จัดขึ้นโดยพี่ก้อง ทรงกลด อะเดย์
ที่มะขามป้อม art space เชียงดาว และไปร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กให้กับเด็กที่หมู่บ้านปางแดง
ภาพนี้เป็นภาพที่เด็กๆแสดงกายกรรมให้ดู
ประทับใจมาก เด็กๆน่ารัก เป็นทริปที่เรารู้จักเพื่อนๆเยอะมาก
เที่ยวดอยอินทนน์ กิ่วแม่ปาน น้ำตกวชิรธาร ขุนช่างเคี่ยน ดอยอ่างขาง สวนส้มธนาธร
ไร่สตอเบอรี่ ไร่ชา นิมมาน ถนนคนเดิน นั่งรถเมื่อยตูด เพื่อนก็ดูท่าทางจะเหนื่อยกับทริปนี้
เป็นการรวมเพื่อนโรงเรียนเก่า เพื่อนคณะ และเพื่อนที่ทำงาน ไปด้วยกัน
สนุกดี แต่เหนื่อยไปหน่อย
02. Febuary
My Girls Gang | เดือนแห่งความรัก ก่อนวันวาเลนไทน์
วันศุกร์ที่ 13กพ. พวกเรานัดกันไปเดินตลาดนัดและถ่ายรูปที่ศาลายา
เป็นอีกวันที่มีความสุข มีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม :D
ปล. มีแยมด้วยนะ แยมเป็นตากล้อง
03. March
อยากขาว ลองซื้อน้ำมะเขือเทศดอยคำมากิน
กะว่า คนอื่นกินได้เราต้องกินได้ แค่ดูดแรงๆให้มันพุ่งลงหลอดอาหารเลย
ไม่ต้องผ่านลิ้น ไม่ต้องรับรส
แต่พอดูดคำแรก ก็แทบพุ่งเลยค่ะ
บีโชคร้ายจังที่เกิดมาไม่ชอบกินมะเขือเทศ T_T
04. April
วันนี้เป็นวันสงกรานต์ เนยกับโอ้ตชวนออกมานั่งเล่น
ชื่อร้าน wonderwall สุขุมวิท 31 นั่งดูฝรั่งเล่นน้ำสงกรานต์สนุกดี
ปีนี้บีไม่ได้กลับบ้าน แต่ลืมไปแล้วว่าเพราะอะไร
นั่งอยู่กับ iphone4 ด้วยนะ แต่ตอนปลายเดือนบีซื้อ iphone6 ใหม่แหละ
เพราะเครื่องดับไป 1 วันเต็ม อีกอย่างเดือน พค. บีจะไปสิงคโปร์ ถ้าโทรศัพท์ยังเป็นแบบนี้ บีคงลำบาก
05. May
บีไปสิงคโปร์เองคนเดียว ครั้งแรก นับว่าเป็นความตื่นเต้นครั้งยิ่งใหญ่เลย
ใจเต้นหนักกว่าทุกครั้งที่เคยเดินทาง เป็นการเปิดประสบการณ์หลายๆอย่างเลย
แม้ว่าครั้งนี้จะไปพักกับออม แต่บีก็เดินเที่ยวเองคนเดียว (ออมบอกว่าเบื่อ)
บีได้รู้ว่าบีชอบท่องเที่ยวนะ เป็นคนไม่กลัว แต่ในขณะเดียวกันก็นิสัยเสีย
"กินยาก"
มันเลยทำให้บีกินแต่ขนมปังที่เซเว่นอีเลฟเว่นหลายมื้อเลย
แม่บอกว่า ถ้าบีไม่ปรับตัวซักวันบีจะอดตาย ^0^
ปล. ชอบจังเรื่องราวของเดือนนี้ เหมือนเราโตไปอีกขั้น
Up level !!!
06. June
เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย
ที่จะได้ทำงานที่หน่วย General
บีก็จะประเมินตัวเองว่า ผ่าน รึยังสำหรับรอบ 2
rotate มาที่นี่เป็นรอบที่ 2
พี่ๆใจดีกับบีเหมือนเดิม รู้สึกสนุกและมีความสุขมาก
แต่บีก็ยังไม่มีโอกาสได้ส่งเครื่องมือขณะที่คนไข้อยู่ในสภาวะ bleeding เลย
สกิลบีเท่าเดิม แต่บีคิดว่าบีคุ้นเคยกับเครื่องมือต่างๆมากขึ้นนะ
และทีเด็ดคือ ได้ส่งผ่าตัดในเคสที่ คนไข้สมองตาย
และต้องการบริจาคอวัยวะ นั่นหมายความว่า
เรากำลังทำผ่าตัดกับคนตายอยู่
บีได้รู้จักการตกแต่งศพ การอัญเชิญวิญญานออกจากห้อง
กำ พิมพ์ไป ขนลุกไป
พอๆ
07. July
เดือนนี้บีได้เปลี่ยน rotate ไปอยู่หน่วยศัลยกรรม ตกแต่ง หรือ plastic
บีนึกในใจทุกวันว่า บีจะขอให้อาจารย์ช่วยเสริมจมูกให้ดีมั๊ย
แต่ก็ไม่กล้าอยู่ดี
..
ป้อดอ่ะ
08. August
little tree garden ในที่สุดบีก็ได้ไปที่นี่
คิดถึงแม่ตลอดการเดินเล่นในตลาดของทำมือพวกนี้
แม่ต้องชอบแน่ๆ งานนี้บีถ่ายรูปไว้เยอะมาก บีกับแม่จะชอบอะไรคล้ายๆกัน
ส่งรูปให้แม่ดู แม่ชอบมากอย่างที่คิดไว้เลย ฮ่าๆ
กะว่าถ้ามีตังค์มีจะทำบ้านแบบนี้
ชอบบ้านที่ร่มรื่นและเรานั่งพักผ่อนมันได้อย่างสบายใจ
09. September
ในการทำงานของบี บีจะ rotate ไปแต่ละหน่วย ทุกๆ 3 เดือน
เดือนนี้ก็เป็นเดือนสุดท้ายที่จะได้อยู่ plastic
บีพบกับข่าวที่ทำให้นอยๆ ว่า
บีต้องเปลี่ยนห้องไปทำงานที่ห้องผ่าตัดห้องเล็ก
เป็นเคสเล็กๆ สั้นๆ
ใจจริงบีแอบอยากไปห้องใหญ่อีกห้อง แต่พี่บอกว่า
บีอยู่ห้องใหญ่มา 2 เดือนแล้ว ไปพักผ่อนบ้าง
เราไม่ชอบไปเถียงกับใคร เราก็ยอมรับไป
และก็คิดแค่ว่า จะเล็กหรือใหญ่ มันก็ล้วนเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ทั้งคู่
มันก็น่าเรียนรู้ทั้งนั้น
เราต้องทำให้ทุกอย่างดูน่าสนุกและเปิดใจรับความรู้
และก็ได้รู้ว่า ห้องเล็ก ก็มีส่ิงทีน่าสนใจ ที่ห้องใหญ่ไม่มี หรือมีน้อยมาก
คือวิธีการให้บริการคนไข้ที่เป็นผู้ป่วยนอก
10. October
บีได้ย้ายกลับหน่วยตัวเอง นั่นคือหน่วย Head Neck Breast
กลับมาครั้งนี้ บางวันบีก็ต้องทำหน้าที่หัวหน้าห้อง
คอยดูแลน้อง ซึ่งเครียดมาก และบีก็รู้ด้วยว่า บีกลวงแค่ไหน
รายละเอียดบางอย่างที่เราไม่รู้แล้วปล่อยผ่านไป
พอถึงเวลาที่ต้องมาสอนน้อง กลับไม่มีอะไรไปสอน
บีพบว่าบียังไม่โตพอ
และต้องใส่ใจกับงานให้มากขึ้นกว่าเดิม
แต่บีก็ได้แต่คิด ได้แต่สำนึกผิด
บีไม่เคยได้พัฒนาตัวเองจริงๆสักที
11. November
แม่ไม่สบาย
..
แม่ไม่สบายใกล้ๆกับวันที่บีจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อน
บียกเลิกทริปไป เพราะต้องเอาแม่เป็นที่ตั้ง
บีนอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล อาการแม่ชิลมาก แต่ต้องหยอดตาทุก 1 ชั่วโมง
ในใจก็แอบอยากไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะเราก็นัดเพื่อนวางแผนมาด้วยกันตลอด
แถมเพื่อนเราก็ไม่รู้จักเพื่อนคนอื่นด้วย จะทิ้งมันไปก็เป็นห่วง
จนวันที่เพื่อนๆ จะต้องเดินทาง แม่ก็มาบอกเราว่า หมอให้กลับบ้านได้
แล้วเราก็เลย สารภาพกับแม่ไปว่า จริงๆจะไปเที่ยวกับเพื่อนวันนี้
แต่ยกเลิกไปแล้ว แต่ถ้าแม่ได้ออกจาก รพ ก็ขอไปนะ
จากนั้นก็รีบจองตั๋วกลับกรุงเทพในวันนั้น รีบมาเก็บกระเป๋าที่หอ
ให้พี่แทกซี่รีบบึ่งไปที่หอ รถติดมากกก วันศุกร์ไง
พอถึงหอก็ยัดๆเสื้อผ้า ยัดๆทุกอย่างใส่กระเป๋า ให้แล้วแทกซี่ไปส่ง
เป็นช่วงเวลาเลิกงานเลยช่วงนั้น รถติดมากกกกกกก
บีแบตโทรศัพท์ก็จะหมด แถมไม่มี power bank
บีคิดแค่ว่า บีจะไป
ให้รถไปส่งที่ BTS วงเวียนใหญ่ นั่งไปลง จตุจักร จากนั้นก็นั่งแทกซี่จาก จตุจักรมา ดอนเมือง
ณ เวลานั้นคือเพื่อนอยู่หน้า gate แล้ว
ในวันนั้นรถติดตรงหน้าดอนเมืองนานมาก เกือบ40 นาที
บีวิ่งไปถึง counter ของแอร์เอเชีย แล้วพนักงานก็โทรไปบอกทางลูกเรือว่า
"มีผู้โดยสารเพิ่งมาถึง เป็นวัยรุ่น แข็งแรง"
กุฟังแล้วแบร่บ จ้าาาา นี่เข้าที่ ระวัง...จะไปแล้วว
จากนั้นพี่ พนง ก็บอกว่า
พี่ช่วยน้องได้เท่านี้นะคะ น้องต้องวิ่งไปให้ทันเหลืออีก 5 นาที เกตปิด
มันจะมีม่านสายๆ กั้น ให้เข้าแถว ต่อคิวสแกนกระเป๋า
บีวิ่งลอดใต้ม่านนั่น ลัดเข้าไปเลย กุไม่ซิกแซกตามที่มึงทำไว้หรอก ไม่ทันแล้วว้อยย
พอตรวจกระเป๋าเสร็จ ก็ออกตัวไปเลย
วิ่งค่าาาาา
เกตอยู่ไกลมาก ซอยสุดท้ายอ่ะ
ขณะวิ่ง ก็มีฝรั่งคนนึงวิ่งเหมือนเรา มันวิ่งแล้วมันออกเสียงด้วย
คือกดดันกุมากกกก
เราเหนื่อยมาก สายตัวแทบขาด
เราเหนื่อยทั้งวันเลย เราไม่ไหว ไม่เคยหอบกระเป๋าที่หนักมาก
และวิ่งแบบไม่คิดชีวิต เพื่อให้ถึงเกต
เรามั่นใจว่าเราถึงภายใน 5นาทีนะ
แต่ถ้ามัวแต่เดิน มันคงเสี่ยงมากกว่าวิ่ง
เราต้องเผื่อไว้ด้วย
ในที่สุด
เราก็โผล่หัวไป วินาทีสุดท้าย
เพื่อนมีสีหน้าดีใจที่เห็นเราโผล่ไป
เรา ณ ตอนนั้นคือไม่พูดอะไรเลย ขอหายใจ คือเหนื่อยมาก วินาทีสุดท้าย
เกือบไม่ได้ไปเชียงใหม่
(ไปอีกละหรอวะ)
ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ไปเชียงใหม่ไม่ตื่นเต้นเลย
แต่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ชาวสิงคโปร
เพื่อนคนนี้ก็ช่วยเปิดโลกเราไปอีก
ในแง่ที่ว่า เค้ามีความเก่งในตัว เค้ามีเสน่ห์ที่
ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เค้าน่ารักด้วยนิสัยของเค้าเอง
เค้าฉลาดและเรียนรู้เร็ว เค้าพยายามกินอาหารไทยให้ได้อย่างพวกเรากิน
เค้าสามารถใช้ศัพท์ที่ทำให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ เมื่อคุยกับเรา
-----
ป่วยเป็นไข้ 9 วัน
เจาะเลือดไปทั้งหมด 5 ครั้ง
ลางานเกือบ 1 สัปดาห์
พบว่า เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา
การนอนป่วยคนเดียวที่หอพัก คือความเปราะบางมากของความรู้สึก
รู้สึกเราต้องดูแลตัวเองให้ได้ เราต้องสร้างกำลังใจด้วยตัวเอง
สุดท้ายก็ผ่านมาได้ อิอิ
ตรวจสุขภาพประจำปี พบ กระดูกสันหลังคด
ระดับเริ่มต้น ต้องยืนตัวตรงๆ งืออออ เตือนด้วยนะ
12. December
มีหลายภาพความประทับใจค่ะ
- บีได้หนังสือเล่มนึงมา มันดีมาก เป็นเศษซากความฝันเล็กๆที่บีอยากจะทำแบบนั้นบ้าง
- แต่งชุดเอี๊ยมไปดูไฟกับเพื่อนๆ ที่ CTW
-ได้กลับบ้านช่วงปีใหม่ จับฉลากได้หยุดยาว ที่บ้านมีดอกบัวแดงเต็มหนองเลิง ที่อยู่หลังบ้านเลย คนที่บ้านดีใจกันใหญ่ เหมือนจู่ๆก็จะได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านซะงั้นเลย ไม่ทันตั้งตัว เป็นของขวัญปีใหม่กล่องใหญ่ของชาวบ้านเลยล่ะ
- พ่อให้ช่วยจัดงานปีใหม่ที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่บีได้ลองวางแผน ว่าจะจัดงานยังไง
แต่งานมันออกมา มันไม่ได้ตรงตามที่บีวางไว้ 100 % หรอก แต่มันมาจากการร่วมมือร่วมใจของคุณครู และภารโรงที่โรงเรียน ช่วยๆกัน มันจะเป็นยังไงก็สวยทั้งนั้นแหละเนอะ
และสุดท้าย ทีเด็ด
บีได้ทำหนังสือทำมือของบีออกมาแล้วววววววววววววววว
มีชื่อว่า kith and kin และได้เอาไปแลกกับเพื่อนๆในงานหนังสือทำมือ
เป็นเวลานานกว่า 4ปี ที่บีรวบรวมและเก็บข้อมูลเอาไว้
กะไว้ว่าซักวันบีจะทำมันได้ บีคิดว่าบีจะไม่ลืมค่ำคืนเหล่านั้นที่บีอดหลับอดนอนเพื่อมัน
บีจะต้องอัพเป็นบล็อกแน่ๆล่ะ แต่เอาเป็นว่า
บียกให้มันเป็นของขวัญชิ้นที่บี 'รักที่สุด' สำหรับปีนี้เลยก็ว่าได้
เป็นของขวัญที่บีมอบให้กับตัวเอง
ถือว่าปีนี้เป็นปีที่ดีมากๆปีนึงเลยล่ะ
เป็นปีที่ได้ไปต่างประเทศคนเดียว
เป็นปีที่ได้มีเพื่อนชาวต่างชาติ ได้ลองฝึกภาษา
เป็นปีที่ได้อยู่คนเดียวบ่อย ค้นพบตัวเองในบางอย่าง
การใช้ชีวิตมีเป้าหมายและชัดเจนขึ้น
เป็นปีที่ได้เจอปัญหาช่วงท้ายๆ ต่อๆกันเข้ามาแล้วบีแก้ปัญหาทุกอย่างอย่างเต็มเหนี่ยวเลยล่ะ
ใส่เต็มแรง
โดยเฉพาะการทำ หนังสือทำมือ
ปัญหาแต่ละปัญหามีเวลาเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่บีต้องต่อสู้
บีใช้หลักการในการทำงานมาปรับใช้คือ
'มันต้องทัน'
เวลาจะส่งเครื่องมือผ่าตัด
หมอผ่าตัดจะรีบกันมาก เราต้องรีบความรีบจัดการ
เวลาเจอเหตุการณ์ที่มันโกลาหล คนนี้จะเอาสิ่งนี้ คนนี้จะเอาสิ่งนั้น
เอาตอนนี้ ขอด่วน
บีจะคิดในใจแค่คำว่า
' ตั้งสติ มันต้องทัน'
สุดท้ายมันอาจจะทันหรือไม่ทันก็แล้วแต่
แต่เมื่อเราวิ่งไปให้สุดแล้ว มันจะไม่ได้อะไรกลับมาก็ไม่เห็นเป็นไร
ถือว่าเราลุยแล้ว เราสุดแล้ว
ก็พอ
HAPPY NEW YEAR
2 0 1 6











