ปกติแล้วฉันทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์
ที่ไม่ปกติคือ มีวันเสาร์ อาทิตย์เพิ่มขึ้นมา
ซึ่งสองวันนี้จะไปขลุกตัวอยู่ที่แพทย์เวร
การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างปกติ
แต่สำหรับเสาร์ อาทิตย์นี้
ผิดแผลกไปจากสัปดาห์ก่อนๆ เหตุเพราะ
พี่ที่ทำงานให้ไปอบรมที่บริษัท olympus
ฉันก็เลยตัดใจไม่ไปทำงาน อดเงิน 1600 บาทค่าเวรไปเลย
แล้วจู่ๆ ทางบริษัทดันเลื่อนวันอบรมออกไปอีกสัปดาห์
เหตุนี้ทำให้ฉันต้องมองหาลู่ทางใหม่
ที่พอจะทำงาน ทำเงิน ได้บ้างในช่วงวันหยุดนี้
การเฝ้าไข้พิเศษ
เป็นทางเลือกที่ฉันเกลียดที่สุด
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ทางเลือก'
ย่อมเป็นทางที่ 'ต้องเลือก'
หลังจากเวลาสี่โมงเย็นของวันปกติ ฉันมักจะพบตัวเอง
ทิ้งตัวนอนหลับแบบไร้สติที่โซฟาในห้องพักเสมอ
แต่วันนี้ต่างจากวันอื่น เป็นเย็นวันศุกร์ที่
ฉันรีบกลับห้อง เก็บข้าวของ เตรียมอาบน้ำ เปลี่ยนชุดทำงานเป็นชุดพยาบาลสีขาว
พร้อมกับทานมื้อเย็นอย่างรวดเร็ว
นั่งพักหายใจหายคอ คืนนี้อีกยาวไกล...
ฉันเริ่มงานเฝ้าไข้พิเศษ 19น. หอผู้ป่วยที่จะเป็นที่พำนักสำหรับฉันคืนนี้คือ
วอร์ดศัลยกรรม สามัญ แค่ได้ยินชื่อนี้ก็หนาวจนสุดขั้วหัวใจ
ร่างกายแทบลุกไหม้เป็นไฟเลยทีเดียว
วอร์ดนี้ขึ้นชื่อว่าร้อนมาก แทบอยากถอดชุดออกเลยล่ะ
ที่บอกว่าหนาวจนสุดขั้วหัวใจก็คือ
มีความเยินพอสมควร ...
โชคดีที่คืนนี้ฉันเจอคนไข้น่ารัก เป็นกันเอง
คุณป้าท่านนี้อายุ 67ปี เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผ่าตัดเอาก้อนออกได้ 2 วันแล้ว สภาพทั่วไปดูดี สีหน้าสดชื่น พูดคุยได้สบายๆ
จะมีปัญหาก็แต่เรื่องปัสสาวะยังออกน้อยอยู่
ฉันเองก็ต้องเฝ้าระวัง สังเกตอาการ คอยบันทึกจำนวนปัสสาวะทุก 4 ชั่วโมง
แพทย์ดูแลให้ได้รับสารน้ำ ด้วยอัตราการไหล 120 ซีซี ต่อชั่วโมง
โดยปกติก็เรียกว่า เพิ่มเรท ให้เร็วขึ้นมากทีเดียวล่ะ พอร่างกายได้รับน้ำเข้ามากๆ
อาจจะช่วยให้ปัสสาวะออกเพิ่มมากขึ้น
ก็เป็นอย่างใจหวังนะคะ ปัสสาวะออกมา 500 ml /4 ชม. อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์รับได้แล้ว
ก็นึกว่าจะโล่งอกเสียแล้ว เพราะแผลผ่าตัด ก็ไม่มีเลือดหรือสารคัดหลั่งอะไรซึมออกมาเลย
คุณป้าก็ไม่บ่นว่าปวดแผลสักนิด
ฉันพบว่าคืนนี้ฉันจะได้แอบงีบอย่างสุขใจแล้วล่ะ แม้จะร้อนมาก พัดลมพัดไม่ถึง
อากาศไม่ค่อยถ่ายเท เพราะตึกนี้ขนาบข้างไปด้วยตึกสูงใหญ่ แทบไม่มีลมให้พัดเข้ามาเลยล่ะ
วอร์ดนี้เป็นวอร์ดรวม มีเตียงคนไข้นอนการเรียงรายประมาณ 12 เตียง
คุณยายเตียงข้างๆ พูด ร้องเจ็บแผลอยู่ตลอดเวลา แม้จะให้ยาแล้วก็ยังไม่หาย
อีกเตียงเยื้องไปอีกหน่อยเพิ่ง admit มาตอน 5 ทุ่ม
เบื้องต้นก็มีพยาบาลไปซักประวัติรับใหม่ ไฟเพดานก็ได้เปิดขึ้นอย่างสว่างโร่
สักพักผ่านไป 1 ชั่วโมง มีคุณ extern หรือนักศึกษาแพทย์ปี6
มาซักประวัติรับใหม่อีกครั้ง ไฟเพดานก็ถูกเปิดอีกครั้ง
ดูท่าว่าคุณป้าของเราจะถูกสิ่งแวดล้อมรบกวนอย่างหนัก
.
.
.
จู่ๆคุณป้าก็ลุกขึ้นนั่งกลางดึก แล้วบอกว่าขอดูในถุงหน่อย ว่ามีบุหรี่มั๊ย
อืม...ดูท่าจะสับสนแล้วล่ะ
สักพักก็บอกว่า เอากระเป๋าตังค์ให้หน่อย จะจ่ายตังค์
เอะ นี่ตี 3 แล้ว จะจ่ายทำไมตอนนี้
บางครั้งก็ดูมึนงง ถามว่าที่นี่ประเทศไทยหรือเปล่า
เราก็ได้บอกสถานที่ สถานะ แจ้งให้คนไข้ทราบอย่างละเอียด
ตี4...ป้าก็ลุกขึ้นมาแล้วถามคำถามเดิมอีก
ฉันเองผู้ซึ่งทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า
และอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะ 7 โมงเช้าของอีกวัน
ซึ่งจริงๆทำแบบนี้ผิดกฎของการทำงานอย่างหนัก
เริ่มเหนื่อยล้า การแอบงีบไปพร้อมๆกับคนไข้ ไม่ได้สบายเลย
ต้องหลับฟุ๊ปบนโต๊ะ ปวดหลัง ทรมาน บวกกับอากาศที่ร้อนยังกับ
อยู่ในเดือนเมษายน....
ท่องเอาไว้ว่า 1710บาท สำหรับคืนนี้ จะเป็นของเราในอีกไม่กี่ชั่วโมง
ตี5 ฉันเริ่มวัดสัญญาณชีพ สรุปบันทึกการดูแลคนไข้
เตรียมยา เตรียมน้ำอุ่น เตรียมผ้าเช็ดตัว ผ้าปูเตียง
เตรียมเช็ดตัวให้คนไข้ และตวงปัสสาวะ
ฉันเตรียมทุกอย่างอย่างเงียบๆ ร่างกายเหมือนจะโรยรา แต่จิตใจยังสู้ไหว
การเดินไปมาแทบไม่ได้ยกขา เมื่อยไปทั้งตัว
โชคดีที่คนไข้ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามทุกอย่างอย่างว่าง่าย
ทำให้ภาระกิจ หน้าที่ของเราทำเสร็จตั้งแต่ 6 โมง
ที่เหลือคือรอคอย 7 โมงเช้า ของีบรอละกัน ตาปิดแบบดึงไม่ขึ้นเลยล่ะ
ประหนึ่งกาวขนตาปลอมมันไหลเยิ้มมาเชื่อมกับขอบตาล่าง
เอ้ะ แต่เราไม่ได้ติดขนตาปลอมนะ อิอิ
ฉันเตรียมจะยกมือร่ำลาคุณป้า ไปนอนบนที่นอนดีๆ แล้ว
เมื่อถึงเวลา 7 โมง เสมือนได้ยินเสียงพระอาจารย์ดังขึ้น
สมัยตอนที่เป็นนักเรียนแล้วถูกบังคับให้นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นอะไรที่ทรมานมาก
ฉันยกมือร่ำลาคุณป้า พร้อมอวยพรให้หายไว ๆ จะได้กลับบ้าน
คุณป้าบอกทิ้งท้ายไว้ว่า โชคดีนะหนู พรุ่งนี้มาอีกนะ ป้ารอ
โอวว ฉันพยักหน้าแล้วบอกว่า
" ค่ะ ไม่แน่ใจนะคะ อาจจะติดงาน
เดี๋ยวจะมีพยาบาลท่านอื่นมาดูแลแทนนะคะ สบายใจได้ค่ะ "
ฉันร่ำลา และขอบคุณพี่ๆที่วอร์ด แล้วลากสังขาร กลับหอพัก
ในใจคิดว่า เสาร์ อาทิตย์ที่ว่างนี้จะกลับบ้าน
และเป็นอาทิตย์เดียวที่ว่าง
ฉันกลับถึงห้องอย่างเหนื่อยล้า แต่หนังตาเริ่มเปิดละ
ตาสว่าง แต่ร่างแทบพัง แทบสลาย
ฉันเผลอใจทิ้งตัวเองลงโซฟาอย่างไม่สนใจสิ่งใด
พอคิดได้ว่าต้องกลับบ้าน ก็รีบเด้งจากโซฟา อาบน้ำ เปลี่ยนชุด
จัดกระเป๋า หน้าสด ไปที่ท่าเรือวังหลัง เพื่อข้ามฟาก
ไปขึ้นรถเมล์ที่หน้าธรรมศาสตร์
ฉันแวะร้านนายอินทร์ ท่าพระจันทร์ ดูหนังสือเล็กน้อย
อย่างที่เคยทำมาตลอด
พบว่ามีหนังสือที่อยากได้ จึงซื้อแบบไม่คิดมาก
ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะเข้าไปแล้วไม่มีอะไรติดมืออกมา
เว้นเสียว่าช่วงนั้นจนมากจริงๆ
ณ ตอนนั้นฉันพอมีพลังเพิ่มขึ้น จากชาเขียวปั่น S&P
เสียงเพลงดังขึ้นในหูฟัง ช่วยให้ชีวิตสดใสอีกหนึ่ง step
สะพายกระเป๋าเสื้อผ้า
ในมืออีข้างมีถุงหนังสือ 2 เล่ม เดินไปรอรถที่หน้า ธรรมศาสตร์
รถเมล์สาย 70 จอดรออยู่ ฉันรีบกระโดดขึ้นไป มองหาที่นั่งเหมาะๆ
เย่ๆ ได้พักแล้ว ฉันดูดชาเขียวหวานเย็น ฟังเพลง และฉีก
พลาสติกที่ห่อปากหนังสือออกอย่างกระหาย
เปิดอ่านอย่างไม่มีความกังวลใด
ความง่วง ณ ตอนนั้นไม่มีเหลือแล้ว ฉันเหมือนปกติทุกอย่าง
รถออก เวลา 8.45 น. วิวท้องสนามหลวง วัดพระแก้ว
ถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า กระทรวงศึกษาธิการ สหประชาชาติ
เวทีมวยราชดำเนิน...ทอ้งถนนมีรถวิ่งน้อย เป็นเช้าที่สดใสและสวยงามเสมอ
ถึงบ้าน 11 โมง เล่นกับน้องเพื่อน (หลานชาย)
จนเหนื่อย ลืมไปเลยว่าขอที่บ้านนอนพัก
น้องเพื่อนของฉันดื้อขึ้นมาก ฉันต้องใช้พลังงานอย่างสูง
เพื่อนกระโดดโลดเต้น ตามแต่น้องเพื่อนขอร้อง
เมื่อตกบ่าย ฉันรู้สึกร่างของฉันไม่ไหวแล้ว
คุณอาไล่ฉันขึ้นไปพักบนบ้าน อย่างกับรู้ใจว่า ฉันรอการไล่ไปนอนอยู่นะ
เมื่อหัวถึงหมอน
โลกทั้งใบก็หยุดลงชั่วคราว
โลกที่เป็นของฉันเพียงผู้เดียว
..
ก่อนจะได้หยุดพัก
No comments:
Post a Comment