เมื่อคืนหนาวมาก
บีไม่มีผ้าห่มมา ถุงนอนไม่ได้เตรียม นึกว่าเชียงใหม่จะร้อน
จัดกางเกงขาสั้นมาเต็มอัตรา เสื้อกันหนาวบางมาก cardigan สุดๆ
เราได้นอนในห้องสมุดของโรงเรียน ซึ่งไม่มีเสื่อปู
เป็นห้องสมุดที่มีชมรมใดสักชมรมนี่แหละมาสร้างให้ไว้ก่อนแล้ว
พื้นปูด้วยไม้กระดานที่ค่อนข้าง ห่าง ประมาณ 7 mm ตอนดึกๆ ลมเย็นๆจะตีขึ้นมา
สำหรับผ้าห่มบีไปยืมจากน้องมา ซึ่งสั้นมาก ถ้าคลุมหัว ขาจะไม่ได้
ถ้าคลุมขา หัวจะเย็น
ใช้กระเป๋าเป็นหมอนหนุน
คิดถึงวิถีชีวิตชาวค่ายมาก
เราอยุ่กันเท่าที่จำเป็นจริงๆ
เราตัด สละ บางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป
สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี
ไฟฟ้าไม่มี
ก่อนนอนบีตั้งใจมากที่จะตื่นเช้าเพื่อมาเก็บภาพน้องๆ ออกกำลังลาย
แต่แล้ว ความทรมานทนเหน็บหนาวในตอนกลางคืนทำให้บีไม่สามารถหลับได้
เพิ่งจะมาหลับสนิทเอาตอนเช้า
ความตั้งใจเลยถูกทิ้งไปเลย
ตื่นมาก็.
.
น้องๆทานข้าวกันเสร็จหมดแล้ว เราและเพื่อนๆมาทันตอนปั่นบัดดี้
บีเองก็ไม่ถนัดพวกกวนตีนๆเท่าไหร่
ก็ได้แต่หัวเราะน้องๆ เล่นสนุกๆ
จากนั้นเด็กๆก็พาเราไปแนะนำตัวแต่น้องค่าย
แอบอยากบอกน้องนะว่า พี่จะกลับตอนสายๆล่ะ
มาแป๊ปเดียว เอาง่ายๆก็เหมือนไม่ได้มาเลยล่ะ
พวกเราจองตั๋วเครื่องบินกลับในวันรุ่งขึ้นประมาณ 3ทุ่มครึ่ง
ซึ่ง! ถ้าเราจะอยุ่ต่อก็ย่อมได้ ยังไงก็กลับกรุงเทพทัน
แต่ด้วยความที่เมื่อคืนทนหนาวแบบทรมาน ก็พบว่า
อย่าสู้เลย อีกทั้งเส้นทางน่ากลัวมาก ถ้ากลับรถคนอื่น
เราไม่มั่นใจในชีวิตเท่าไหร่ อีกทั้งที่มาค่ายครั้งนี้ หนีมา
ไม่มีใครบอกพ่อแม่ ถ้าตายขึ้นมาก็...ตาย
...
มีโอกาสได้ไปเดินรอบหมู่บ้านพูดคุยกับพ่อๆแม่ๆ
คนที่นี่น่ารักมาก วันนี้เป็นวันอาทิตย์พอดี
ทุกคนจะต้องไปรวมตัวกันที่โบสถ์เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ตอนแรกนึกว่ามิซซา แต่เปล่าเลย
ที่นี่เป็นชาวคริสเตียน ตอนที่ก้าวเท้าเข้าไปยังโบสถ์ก้าวแรก
รู้สึกถึงความสบาย สนุก คึก เร้าใจ
เพราะมีการเล่นดนตรี เปนเพลงที่ระลึกถึงพระเจ้าล่ะมั้ง
แต่ดนตรีมาเต็ม กลองชุดอัดเต็มเหนี่ยว เบส กีตาร์ไม่ผ่อนเลย
คนร้องก็แบบ เกร็งคอกันสุดๆ
คนในโบสถ์มีทุกเพศทุกวัย เด็กๆ สาวๆ ยันคนแก่
บีรู้สึกสนุก รู้สึกการมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ของที่นี่ดูน่ามา เหมือนมาทำกิจกรรมร่วมกัน
คนที่นี่มีพระคัมภีร์อ่าน เป็นภาษาปกากญอด้วยล่ะ เสียดายมากที่แบตกล้องหมด
เลยอดเก็บภาพที่หายากมาให้ดูกัน :D
คนที่นี่น่ารักมาก วันนี้เป็นวันอาทิตย์พอดี
ทุกคนจะต้องไปรวมตัวกันที่โบสถ์เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ตอนแรกนึกว่ามิซซา แต่เปล่าเลย
ที่นี่เป็นชาวคริสเตียน ตอนที่ก้าวเท้าเข้าไปยังโบสถ์ก้าวแรก
รู้สึกถึงความสบาย สนุก คึก เร้าใจ
เพราะมีการเล่นดนตรี เปนเพลงที่ระลึกถึงพระเจ้าล่ะมั้ง
แต่ดนตรีมาเต็ม กลองชุดอัดเต็มเหนี่ยว เบส กีตาร์ไม่ผ่อนเลย
คนร้องก็แบบ เกร็งคอกันสุดๆ
คนในโบสถ์มีทุกเพศทุกวัย เด็กๆ สาวๆ ยันคนแก่
บีรู้สึกสนุก รู้สึกการมาโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ของที่นี่ดูน่ามา เหมือนมาทำกิจกรรมร่วมกัน
คนที่นี่มีพระคัมภีร์อ่าน เป็นภาษาปกากญอด้วยล่ะ เสียดายมากที่แบตกล้องหมด
เลยอดเก็บภาพที่หายากมาให้ดูกัน :D
.
.
.
.
.
เลือกที่จะกลับ
น้องๆดูสนุกสนานดี ไม่น่าเป็นห่วง
และตอนเย็นๆจะมีพี่เยี่ยมค่ายขึ้นมาอีก
เลยรู้สึกว่า กลับดีกว่า
ระหว่างทางไปแม่แดด ก็เผาป่ากันซะยับเลย
โป่งแยงแอ่งดอย กินมื้อเที่ยงที่นี่ มีป๋าเลี้ยง ฮ่าๆๆ เป็นร้านที่คิดว่า คงไม่มีปัญญากินหรอก
ดูมันแพงๆ บรรยากาศดีระดับที่คนรวยๆเค้าเข้าถึงได้
ระเบียงยื่นออกไป วิวรอบข้างเปนภูเขา ต้นไม้ใหญ่ มองเห็นน้ำตก
เค้ามีโฆษณาด้วยนะว่า ร้านนี้บี้เดอะสตาร์ชอบไปกิน!!!
แต่คอนเฟิร์มว่า!!!!
โคตร อร่อย กินฮังเลมันหมูสามชั้นนิ่มยังกะเค้กหน้านิ่ม
กินลืมตาย
หาร้านเค้กกิน ร้านนี้บรรยากาศดีอีกแล้ว Fern Forest กินใต้ร่มไม้ ป๋าเลี้ยงอีกแล้ว
ป๋าที่ว่านี่คือ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมนะ ฮ่าๆๆ กินก่อนส่ง อาจารย์กลับกรุงเทพฯ
และก็ลากลับ กทม ละ
บายบายเชีียงใหม่
แทบจะอยากย้ายบ้านไปอยู่ที่นั่น
ชอบ ><
No comments:
Post a Comment