Monday, April 7, 2014

Chiangmai 2014,March



บีรู้สึกว่าไปเที่ยวเชียงใหม่บ่อยขึ้น 
แต่ไม่เคยตั้งคำถามนะ ว่าทำไมไปบ่อย
 ไม่ใช่คนช่างสังสัยอ่ะ แฮร่

ย้อนหลังไปตั้งแต่ ต้นเดือน พย. 2013 เที่ยวแค่ในเมือง
มาอีกทีก็ กลางเดือน มค. 2014 แม่ริม ม่อนแจ่ม อินทนนท์ ในเมือง ขุนช่างเคี่ยน
ล่าสุดก็ กลางเดือน มีค. 2014
เรียกได้ว่า เดือนเว้นเดือนเลยล้ะ 

ไปครั้งที่ 3 เรียกได้ว่า เซียนทาง 

ครั้งนี้บีจะไม่เล่าเยอะนะคะ
เพราะมันค่อนข้างขี้เกียจและแอบรู้สึกว่าถ้าเล่าเนี้ย
มันอาจจะออกมาเป็นหนังสือสักเล่มใหญ่เลยแหละ

อย่าเล้ย

ไปครั้งนี้จะบอกว่า ไม่ได้ไปเที่ยวแบบครั้งก่อนนะคะ
ครั้งนี้ไปเยี่ยมน้องๆ สโมสรโรตาแรคท์ มหิดล
ที่โรงเรียนบ้านสบแม่รวม อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ
ชื่อมันดูน่าไป๊น่าไปแฮะ  "สบแม่รวม" สบน่าจะแปลว่าแม่น้ำ
แม่ ก็คงหมายถึง mother นี่แหละ รวมก็คงคือการ รวมกัน

การรวมตัวของแม่น้ำ!!!


พวกเราเดินทางโดยรถทัวร์ ถึงเชียงใหม่ตอนเช้าและแวะเที่ยวนิดหน่อย










หลังจากนั้นก็ขึ้นดอย เดินทางจากเชียงใหม่ มุ่งสู่อำเภอจอมทอง
และก็ไปที่แม่แจ่ม เป้าหมายของเราล่ะ







ระหว่างทางก็มีแวะทานกาแฟสดฟรีๆ จากชาวบ้าน คุณลุงคนขับรถพาไป
ขอบอกว่า ขมมาก!!! ปกติบีก็ไม่กินกาแฟอยู่แล้ว 
เป็นบรรยากาศที่น่ารักมาก กินสตอเบอรี่จากสวนฟรีๆ ซึ่งหวานมากเลย
นึกว่าเค้า push glucose ใส่ด้วยซ้ำ หวานมากจริงๆค่ะ
คนบนดอยมีน้ำใจ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ใครมาก็ต้อนรับอย่างดี

ระหว่างทางระหว่างอำเภอจอมทองไปแม่แจ่มป่าไม้สวย เขียวขจีเลยล่ะ
แต่จากแม่แจ่มไป รู้สึกหดหู่ลงเรื่อยๆ
ชาวเขาเผาป่ากันเยอะเลย 

ว่ากันว่าป่าเขาบริเวณนี้เป็นต้นน้ำของประเทศ ที่ไหลลงไปให้ชาว กทม ชาวประเทศเรา ใช้ดื่มกิน
เราก็ห่วงเนอะว่าเราจะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ แต่ชาวเขาเองก็คงห่วงชีวิตเค้าเหมือนกัน
ถ้าไม่เผาป่า ก็ไม่มีพื้นที่ ที่ดินทำกิน ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวโพดไปขาย
...

ปัญหานี้ยิ่งใหญ่นะ แต่บีคิดว่าแก้ได้แหละ แค่เราหาอาชีพ ส่งเสริมอาชีพให้เค้า 
และต้องเป็นอาชีพที่ถูกต้องด้วยนะ อาจจะเป็นงานฝีมือ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
นำมาสร้างมูลค่าได้


เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้ายันมืด สองข้างทางเริ่มมืดลง
บีเองที่สนุกกับการเก็บภาพข้างทางทั้งวันก็เริ่มหงอย
เพราะมันมืดมาก ทางชัน คดเคี้ยว น่ากลัว มองไม่เห็นโค้งเลย
ด้วยความที่พวกเราก็เพิ่งเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก

ในใจตอนนั้นเริ่มคิดแล้วล่ะว่า เราใกล้ความตายมาก
อยากโทรหาพ่อแม่ แต่สัญญาณโทรศัพท์หายไปตั้งแต่ตัวอำเภอแม่แจ่มแล้ว
 ระหว่างทางมืด พวกเราเบิ่งตามอง รูรับแสงเปิดกว้าง
หวังเพียงเจอแสงไฟสักนิดก็ยังดี อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเป็นบ้านคน
แต่มันไม่ใช่อย่างงั้น

แสงไฟริบหรี่ที่ปลายภูเขาลูกแล้วลูกเล่า ล้วนมาจากการเผาป่า
ข้างทางเต็มไปด้วยควันไฟคุ้ง และมีแสงไฟเรียงเป็นแถวเหมือนแนวกันไฟ
เหมือนกำลังนั่งรถฝ่าไฟที่ลุกโซน เรากำลังไปลงนรกกันหรืออย่างไร???

น่ากลัวมาก ป้ายบอกทางตอนที่พระอาทิตย์ยังไม่ลาลับขอบฟ้าบอกว่า
 อีก 16 กิโลเมตรถึง โรงเรียนบ้านสบแม่รวม... 16 กิโลหรือ 16ลี้นะ
ไกล ทรมาน อดทน ความหวัง หนทาง มืดมน

..
.

.

แต่การรอคอยที่นานแสนนานย่อมมีจุดจบ
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงโรงเรียนบ้านสบแม่รวม

พวกเราค่อยๆทยอยขนของเข้าที่พัก
มีน้องๆวิ่งมาส่องไฟฉายให้ตามทาง ทางเข้าโรงเรียนเป็นสะพานแขวน
เดินกันอย่างโคลงเคลงเลยล่ะ
มืดแล้ว...พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน


No comments:

Post a Comment

Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...