Monday, June 1, 2015

Singapore 1st time [3] china town


3rd   D a y    i n    S i n g a p o r e   



เช้านี้ฉันตื่นนอน 7.20 น. โอ้วโหว ตื่นเช้ายิ่งกว่าวันไปทำงานเสียอีก

นอนต่อหน่อยไหม


อ่ะ ต่อก็ต่อ 



วันนี้ฉันไม่ต้องไปทำงาน แต่ออมไป
เพราะฉะนั้นวันนี้และวันพรุ่งนี้ฉันจะได้เที่ยวคนเดียวแล้ว


เช้านี้เป็นเช้าที่ฉันไม่รู้สึกสดใส หรือกระปี้กระเปร่าเลยเพราะไม่อยากไปคนเดียว
ตอนแรก  ก่อนมาอยากเดินทางคนเดียวมาก
พอถึงเวลาจริงๆแล้ว ดันไม่อยากลุก อยากนอนเล่นอยู่ที่คอนโดออม


ฉันเบื่อสิงคโปร์เอามากๆ นี่แค่เจอกัน วันก่อนๆ 
ฉันไม่อยากเดินไปไหน ไปดูอะไรทั้งนั้น
ฉันอยากพักผ่อนมากกว่า ที่จะมาเดิน มาเหนื่อย



.

.

.


หลังจากปีศาจและนางฟ้าในตัวเองเถียงกันอยู่พักใหญ่
ก็ได้บทสรุปว่า นางฟ้าชนะ วันนี้นางฟ้าอยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย
เอาล่ะ อาบน้ำ แต่งตัว เต็มที่เลย เราทำกิจกรรมแต่งละอย่างอย่างฉับไว
เพื่อกระตุ้นและสลัดความขี้เกียจของตัวเองออกให้หมด

ขณะอาบน้ำ ฉันถามตัวเองว่า
วันนี้จะไปไหน จงบอกแผนการณ์มาหน่อย

ตัวฉันเองตอบกับตัวเองว่า

วันนี้จะไปกินมื้อเช้าที่ไชน่าทาวน์ แล้วก็ถ่ายรูป
จากนั้นไป little india แล้วก็ไป haji lane นั่งพักที่นั่นยาวๆ เอาหนังสือไปอ่านด้วย
แล้วตอนเย็นก็ไป marina bay รอถ่ายรูปสิงโต และแสงไฟ

จบ.


แผนการณ์ของฉันเพิ่งจะมาวางแผนเอาวันนี้จริงๆ





.

.





ที่ห้องออมมีกระจกบานใหญ่เบ้อเริ่มมาก ก็เลยถ่ายรูปตัวเองก่อนออกจากห้องเสียหน่อย
วันนี้ลุคชุดกระโปรงแบ๊วๆ แต่ใส่ทับด้วยยีนส์ให้ดูทะมัดทะแมงหน่อย เพราะ ผญ. ตัวคนเดียว
เอาล่ะ หลังจากตกใจกับภาพด้านบนกันไปแล้ว อย่าดูนานเนอะ หลอน




ลุยกันเลย!!!!




เที่ยวคนเดียวของจริง ไม่มีนัดเจอใครกลางทาง ไปคนเดียวเที่ยวคนเดียวครัช








ตรงที่บียืน ด้านหลังบีคือสถานีรถไฟฟ้า MRT ส่วนตึกเบื้องหน้า 2  ตึกนั้นคือ
คอนโดที่บีอยู่ค่ะ เดินใกล้มากเลย แล้วทางเดินก็โล่ง สบาย กับเช้าที่อากาศสดใส 


ฉันขึ้น MRT มุ่งหน้าสู่สถานี  China town ขณะ เดินทางไป
ก็จะผ่านสถานีต่างๆ ฉันตื่นเต้นกับวิวข้างทางอยู่แล้ว ชอบมองมากเลย
แต่พอถึงสถานี Marsiling รู้สึกชอบเป็นพิเศษ


พอรถไฟจด ก็เลยกระโดดลงเลย ขอแวะไปถ่ายรูปแปป เดี๋ยวรอขบวนหน้า







ภาพที่ถ่ายมันเป็นแบบนี้แล้วอ่ะ T^T ไม่ใช่แบบที่ในหัวที่คิดไว้สักเท่าไหร่
แต่ตอนที่นั่งมาบนราง มองไปข้างทางมันสวยมากเลยนะ
สีเขียวขจีรอบๆ รางรถไฟ ธรรมชาติมันใกล้ชิดเรามาก แล้วนี่คือภาพที่ได้จากสถานีอีกมุมหนึ่ง



/me โอ้ยยย เมื่อไหร่จะถึง China town ซะทีเนี้ยยยยยย ตื่นสายแถมยังโอ้เอ้อีก
ไปคนเดียวก็งี้แหละ นึกจะลงตรงไหนก็ลง 


พอรถไฟขบวนต่อไปมา บีก็เดินกลับขึ้นไปเหมือนเดิม
แบบนี้ไม่เสียตังค์เพิ่มนะคะ แค่แว๊บมาถ่ายรูป ไม่ได้ลงออกจากสถานีไปซะหน่อย
เอาล่ะ China town เจอกัน!!!





C h i n a   T o w n





ถึงแล้วววว บีก็เดินโผล่ออกมาจากสถานี ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่ภาพนี้น๊าาา
ภาพนี้บีต้องหันหลังกลับไปมอง บางคนเดินออกมาก็ดุ่มๆๆ มุ่งหน้าเลย

ที่กลับไปมองเพราะ กลัวหลง ก็มองๆ รอบๆเสียหน่อย ขากลับจะได้มาถูกเนอะ 




ไชน่าทาวน์ที่สิงคโปร์เค้าจะเป็นอย่างงี้นะคะ  

ซอยตรงหน้านี้ เรียกว่าซอย pagoda street 
จะประดับด้วยโคมจีนตลอดเส้นทางเลย ทั้งย่านนี้เลยก็ว่าได้
มันจะสกรีนคำว่า SG50 นั่นคือ ครบรอบ 50 ปี ประเทศสิงคโปร์
โอ้โห 50 ปีเองนะ นับว่าเป็นประเทศน้องใหม่ ที่ไฟแรงมาก ลี กวน ยู ฉลาดจริงๆ 



































ก็จะเป็นเหมือนย่านที่ขายของ พวกของฝากต่างๆ เช่นพวงกุญแจที่คนไทย ชอบมาซื้อกันกลับไปฝากเพื่อนๆนั่นเอง  เราเองหิวมาก ก็เลยไม่ได้แวะ แถมยังรู้สึกไม่น่าสนใจเสียเท่าไหร่ 

ก็เพิ่งค้นพบข้อเสียของตัวเองในเรื่อง 'ความไม่อยากรู้อยากเห็น'
ถ้าเราไม่สนใจอะไร เราก็ไม่อยากเดินเข้าไปรื้อ ไปถาม ข้อมูลที่ครอบคลุม ที่สามารถส่งต่อคนอื่นได้
ก็จะไม่มีในส่วนนี้ คนทั่วไปก็จะชอบพูดว่า 'ไปเสียเที่ยว' ก็คงจะใช่



ตอนนี้ตามหาร้านอาหารมื้อเช้าอยู่
ในแผนที่บอกเอาไว้ว่า มีถนนชื่อว่า Food street โอ้โห
ชื่อมันทนโท่แบบนี้แล้ว ไม่รอช้า 
รีบคว้าโทรศัพท์ เปิด google แมพ เชคทิศทาง ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปไหน
พร้อมกับดูแผนที่กระดาษประกอบ 


โอ้โหหห ทำเป็นเว่อ ถนนมีไม่กี่ซอย ทำเป็นเปิดแผนที่ดูเยอะเนอะ
นี่แหละ สร้างภาพให้เป็นนักท่องเที่ยว ฮ่าๆๆๆ 
ก็ดีกว่าหลงล่ะเนอะ ตอนนี้หิวมาก ไม่อยากจะติสท์ หลงทางอะไรอีก 


หิวมากก



temple street ถนนวัดหรอวะ!! ไหนเลี้ยวหน่อยซิ

กำลังจะเลี้ยว แต่มองๆเข้าไปในซอย  ไม่เห็นจะมีวัดเลยยยย 
ไม่ไปละกัน หิว
เราต้องข้ามถนนนี้ไปอีก ถึงจะเจอ food street  
อ่าาาาา เจอแล้ววว 

Food street 


ปิ๊งง!!!





วอท เดอะ !!!!!??????????
ยังไม่มีร้านไหนเปิดหรอวะ 
โอววววว ชิท!!!!!!!!!!!!!!


โทรถามออมดีมั๊ย คนแถวนี้อยู่ไหน 
มาขอถามหน่อยซิ อัลไลลลลล หิวมากก 
มียาที่ต้องกินมื้อเช้าอีก ก็เลยเดินเข้าไปในซอยเรื่อยๆๆ
มีความเชื่อลึกๆว่า มาเหยียบย่านคนจีนนะเว่ยยยยย
ย่านพ่อค้าแม่ขาย มันต้องมีขายบ้าง สักร้าน

หลักการตลาดมันต้องมีในหัว
คนเราต้องกินมื้อเช้า
มันต้องมีนักท่องเที่ยว กระแดะไม่อ่านรีวิวแล้วหลงมา




ในที่สุด 



ก็เจอ

กับดักนักท่องเที่ยวที่หิวโซ
เย้!!!!





มีคำว่า breakfast แปะอยู่ เป็นอันอิ่มใจ รู้เรื่อง 
ลุยเลย จะแพงซักแค่ไหนเชียวววว นี่!!! เงินนี่เพียบบบบบ





ทั้งหมดนี่รวมๆก็ 300กว่าบาท บีไม่ได้จดไว้ค่ะ
เป็นคนหยาบๆ ไม่ค่อยละเอียด อิอิ
ถือว่าถูกปากค่ะ ก็อร่อยแบบคนจีนอ่ะ แต่ข้าวนี่จะแข็งไปไหน
เข้าใจว่าน้ำที่นี่แพง แต่ช่วยหุงข้าวใส่น้ำเพิ่มอีกนิดได้ไหม
อิอิ อิ่มทิ้งแล้ว ลุยเล้ยยยยยยยยยย เดินแบบสบายใจละ ทีนี้




บีเดินมาเรื่อยๆ เจอวันนี้เข้าค่ะ โอ้โห ใหญ่จัง เหมือนอยู่เมืองจีน
แต่จะเดินเข้าไปข้างใน เค้าบอกแต่งตัวไม่เรียบร้อย ไม่ให้เข้า
โอเค ไม่เข้าก็ได้ 


ก็เดินผ่านวัดไปแบบไม่แคร์ ค่ะ 
ไม่มีใครสนใจบีด้วยล่ะ ประเด็น งือออออออออ




บ้านเมืองนี้ดี๊ดี มีไฟให้คนข้ามถนนด้วยนะคะ
ใครไปยืนรอคนแรกต้องกดปุ่มเพื่อขอข้ามถนน
บีเคยนะคะ ไปยืนเลย คนแรก ยืนมันอยู่อย่างงั้น
สักพักก็มีคนเดินมา แล้วก็กดปุ่มแบบ 

ปั้ง!!! พร้อมกับอารมณ์หงุดหงิด ประมาณว่า อีนี่
มายืนเท่อยู่ตั้งนานไม่ยอมกด 

โง๊โง่ ไม่ยอมอ่านรีวิว ทำตัวไม่ถูกเรยยย
อย่าลืมนะคะ ใครไป ไปหาปุ่มกดดูนะคะ ปุ่มใหญ่เท่ากำปั้นนึงเลยล่ะ 




ศูนย์อาหาร Maxwell เป็นแหล่งรวบรวมมื้อเช้า คนย่านนี้นิยมกินกันที่นี่
โอ้ยยยยยยย

โง๊โง่ เดินมาอีกนิดเดียวก็เจอแล้ววว 
ที่นี่ของกินเพียบมากเลย
บีเปิดดูรีวิวทีหลัง พบว่ามีคนไทยรีวิวไว้เยอะมาก
โดยเฉพาะโจ๊กกก จ้าาาาาา ว่ากันว่าอร่อยนะ ใครมาทีหลังมาลองชิมดูเด้อ

เห็นมะ หลงทางไปกับการตลาดของคนจีนจนได้
ก็ไม่เป็นไรจ้าาาา แค่อิ่มก็พอใจแล้ว มีร้านเยอะก็เสียเวลาเลือกอีก 
ดีแล้วนะ ดีแล้ว บีทำดีแล้ว /ตบบ่า


จากนั้นบีก็เดินไปดูชุมชนย่าน club street บีว่ากลางคืนคงจะครื้นเครง
เพราะกลางวันนี่ แดดจ้ามาก และเงียบเหงาฝุดๆ















เด็กๆที่นี่เหมือนมาทัศนศึกษา แย่งกันซื้อไอติมใหญ่เลย
คงจะร้อนมากสินะอิหนู ป้าก็อยากได้สักถ้วยเหมือนกันนิ ไม่ไหว








No comments:

Post a Comment

Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...