Monday, July 1, 2019

What brings you to UK??




HELLO UK !!!!

,,,,,


         แปลกจัง! ฉันแทบไม่ตื่นเต้นอะไรเลยกับการที่ได้จากบ้านมาไกลขนาดนี้ และคือการที่จะไม่ 
ได้พบเจอพ่อแม่ ญาติๆ และเพื่อนๆที่รัก และโอกาสนั้นคงจะน้อยมากๆ นอกจากจะมีเพื่อนๆ บินมาหา
         ฉันคงจะเบื่อหน่ายมากๆ ล่ะมั้ง เพราะการเตรียมตัวที่จะมาเรียนที่นี่ค่อนข้างนานและหลายปี เอาจริงๆเพื่อนๆ ญาติๆก็รำคาญเช่นกัน เพราะบีชอบพูดว่าจะไปเรียนๆ จนหลังๆเค้าถามเมื่อไหร่เมิงจะไปซะที.... จริงๆ วางแผนคร่าวๆ ก็ 5 ปี หลังเรียนจบเลย ยังไงก็ต้องเรียนต่อ ป. โท แน่ๆ และก็ยังมีความฝันว่าอยากเรียนต่อที่ต่างประเทศอีกด้วย ไม่คิดว่าต้องทำให้มันเป็นจริงนะ เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ เราแทบไม่มีโอกาสได้ทุนเรียนต่อเลย เพราะเกรดน้อยมากกกก และความฝันนี้ก็ดูเหมือนว่าเอาไว้ตอบคำถามคนอื่นๆเฉยๆ 
.
 "เธอฝันอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร" 
เราก็มักจะตอบแบบไม่ได้คิดไรมากไปว่า
 "อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าได้ภาษาก็อยากเขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษ " 
.
คือมันแค่เอาไว้ตอบคำถามสังคมเฉยๆ  เพราะการที่จะไปบอกว่า อยากมีบ้านมีรถ มีลูก มีครอบครัวที่ดี ไรงั้น เราแทบนึกภาพไม่ออกเลย แต่ถ้ามาเรียน มาถ่ายรูป การได้ใช้ภาษาอังกฤษ ไรงี้ มัน น่าจะเป็นจริงได้มากกว่า และมีที่มาที่ไปมากกว่า เพราะถ้าตอบไปว่า 
.
"อยากเป็นแม่ของลูกที่ดี อยากมีครอบครัวที่น่ารักอบอุ่น" 

ผู้ถามก็คงจะถามต่อว่า แล้วไหนแฟน จะหาทันหรอ นี่ก็อายุมากแล้วนะ
นู่นนี่นั่น  บางทีรำคาญที่จะตอบคำถามประเด็นนี้มากเลย 

.
เราเลือกที่จะมาเรียนที่ University of Exeter เพราะ 
เอางี้ก่อน ตอนแรกคือ คิดในใจว่า ยูนี้จะเป็น choice แรกที่เราจะ "ไม่เลือก"
เพราะตอนไปงานแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ ถ้าจำไม่ผิด คือที่โรงแรม Centerpoint 
ที่อยู่ด้านหลัง Terminal 21 เราเห็นแถวนักเรียนที่สนใจจะสอบถามข้อมูลจาก 
University of Exeter คือยาวมากกกกก คืนล้นมาบังบูธ มหาลัยอื่นจนแบบ
โอ้โห ถ้าคนไทยจะแห่กันไปเรียนที่นี่ ฉันคงได้ภาษาอังกฤษหรอกนะ จะไปต่างประเทศทั้งที
แล้วทำไมต้องมาเจอคนไทยด้วยกันว๊าาาาาาา 
.

ก็ไม่ได้สนใจนะ และก็สมัครแบบ ส่งๆไปแบบนั้น
เราสมัครไปหลายมหาลัยเหมือนกันนนะ ราวๆ 8 ที่
เค้าก็รับทุกที่นะ แต่ Exeter มาแปลก
พูดง่ายๆคือเค้า Reject เราอะ เค้าปฏิเสธ แล้วก็ให้เราไปเรียนอีกโปรแกรมนึง
คือจากไม่ชอบตอนนั้นแล้ว แล้วเรายังเริ่มสงสัยว่า
"ทำไมกล้าปฏิเสธชั้นนนนนนน" ไม่ประทับใจเลยจ้าาาา
.

อ้าวววว แล้วทำไมดูเหมือนจะไม่ชอบเลย แล้วมาโผล่ได้ไง
เฮ้ออออออ เอออ มันแบบ งงมากเลย 
สุดท้าย ก่อนมาที่นี่ 1 เดือน นางก็ส่งอีเมล์มาหา
บอกว่า ทำไม ไม่ ตอบรับ อีกโปรแกรมนึงที่ไอ offer ไป (HR = Human Resource) ล่ะ
ถ้าไม่ชอบ ก็มีอีกโปรแกรมนะ เรากำลังเปิดใหม่ คล้ายๆกับโปรแกรมที่คุณสนใจเลย
เราก็เลยแบบ เอาไงดีวะ เพราะ ยู ที่เล็งไว้คือ Liverpool คะแนนเราไม่ถึง
เราก็มี 2 ตัวเลือกระหว่าง Reading กับ Exeter และอื่นๆ ที่เราก็แอบตัดๆทิ้งไป 
เพราะตัวหลักสูตร Ranking และ Location 

.
Reading คือ ใกล้ London มาก(นั่งรถไฟ 45 นาที) คือแบบชอบมาก ตอบโจทย์มากกกกก ค่าครองชีพถูก มีเพื่อนที่เรียนที่นี่หลายปีก่อน เค้าก็แนะนำ บอกสนุกมากเลย เอนจอยมาก 
ส่วน 
Exeter  คือ ไกล London (นั่งรถไฟ 2.30 ชั่วโมง) คือเมืองเล็กๆ เงียบๆ ค่าครองชีพเหมือนจะแพงกว่า Reading หน่อยๆ แต่พอไปโพสต์ถามคนที่เคยเรียน ทั้งคนไทยและคนอังกฤษ รวมถึงชื่อเสียง Ranking และเนื้อหาที่เกี่ยวโยงกับ สิ่งที่เราสนใจ คือ Exeter ตอบโจทย์ในด้านหลักสูตร จำได้ว่านอนไม่หลับเลย
เพราะเลือกไม่ถูก จนพีชชี่ต้องคอลมาคุยด้วย สองวัน คือ โอเค้!!! 
.
อ้ะ ! จะไม่คิดเยอะแล้ววว เอ็ก ก็ เอ็ก 


.

พอมาเรียนได้วีคแรกก็พบว่า ... อย่าได้กลัวคนไทยด้วยกันเลยค่ะ
กลัวคนจีนดีกว่า คนจีนเยอะมาก โชคดีที่เราพอรู้จักเพื่อนคนจีนบางส่วนก่อนมา
พอมาถึงก็ทักทายกันแบบ เรียกได้ว่า เหมือนสนิทกันมานาน 
เพื่อนคนจีนน่ารักๆ เยอะเลยค่ะ บางคนก็เลือกที่จะมาคุยกับเราบ่อยๆ
เพราะอยากฝึกภาษา หมายถึง เค้าอยากหาโอกาสใช้ภาษาอังกฤษ 
เพราะแน่นอนว่า การพูดคุยกับเพื่อนคนจีนด้วยกัน ก็คงอดไม่ได้ที่จะใช้ภาษาจีน 
.
ส่วนเพื่อนๆคนไทยที่นี่น่ารักมากกกก ทั้งคนที่กำลังจะเรียนจบ และกำลังจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ปี  2019 ด้วยกัน ส่วนมากจะเป็นรุ่นน้อง แบบ จบ ป ตรี แล้วมาเรียนเลย ไรงิ
ก็แอบดีใจ เวลาที่น้องๆบอกว่า หนูนึกว่าพี่รุ่นเดียวกับหนู คือวัดจากหน้าหรือ ความปัญญาอ่อนของพี่คะ
ตอบความจริงมาาาาา ^^ 
.
เราเจอความโชคดีหลายๆความโชคดีเลยนะ
แต่มันจะเจอความโชคร้ายก่อน คือจะ List ให้ดูกันนนะ

ความโชคร้ายที่เจอมีดังนี้ 




 >>เพิ่งได้วีซ่าก่อนมา แค่ 4 วันก่อนมา และเร่งจองตั๋ว ก่อนมาก็ยุ่งมาก เลยแทบไม่ได้เตรียมอะไรเลย
นัดไว้กับน้องคนนึงว่าจะไปด้วยกัน และเรากะจะพึ่งพาน้องเต็มที่ ไปตายเอาดาบหน้ามากๆ เพราะเพื่อนๆคนอื่นไปการบินไทยหมดเลย เรามากาต้า แต่ปรากฎว่าก่อนบิน เชค gate อ้าว ทำไมเราคนละ gate อ้าวสรุปไปคนละไฟลท์หรอออ OMG! ความตื่นเต้นพุ่งมากกกก พุ่งตรงเน้ !!! แต่โชคดีที่ ช่วงรอต่อเครื่องที่ Doha มีโอกาสเจอเพื่อนๆ หลายคน ที่จะไป Exeter เหมือนกัน เย้!!!!!! รอดแล้วววววว


------------------------------------------------------




>>เพื่อนๆก็คุยกันเรื่องจองรถโค้ชไว้ จาก London ไป Exeter ซึ่ง!! ใช่ค่ะ บีไม่ได้จอง และไม่รู้อะไรเลย ต้องโหลด app ไรบ้าง ไม่มีไรเลย ซึ่งพอเราถึงลอนดอน 7น. เราก็เช็คว่า รถโค้ชเหลือที่นั่งมั๊ย ปรากฎว่า
ไม่เหลือจ้าาาาาาา เต็มหมด เหลืออีกทีคือ 17น. คือ ถึง Exeter มืดดมากกกก เพื่อนๆก็คอยช่วยนะ บางคนเคยมาอังกฤษ แล้วก็แนะนำให้โหลด app นู่นนี่เพื่อจอง โชคดีที่ น้องคนนึงจอง train ไว้ แล้วพอเราเช็ค train พบว่า อ้าววววว ยังมีที่นั้่งเหลือเต็มเลย แล้วถึง Exeter เร็วกว่ารถโค้ชอีก เย้!!!!!! 
(แต่เที่ยวเดียว ราคาพุ่งมากแม่ ปาดเหงื่อค่ะ ราวๆ 2000 บาทไทย ในขณะที่เพื่อนๆจ่ายค่ารถโค้ชกันคนละ ราวๆ 800 บาทไรงิ จย้า)


----------------------------------------------------




>>ด้วยความกระเป๋า "หนักมากกกกกกกกแกร๊ คือ กระเป๋าลาก2 เป้ที่โคตรหนักอีก1 และเป้ที่ไม่หนักแต่น่ารำคาญอีก1" นี่คิดว่าจะได้ขึ้นรถโค้ชไง ขนขึ้นรถทีเดียวแล้วหลับยาว ตื่นมาอีกที ถึง Ex แล้วไรงิ
แต่!!! แม่เจ้าโว้ยยยยยย 

จากสนามบิน Heathrow >>> นั่งรถไฟจาก Heathrow express ไปสถานี Paddington >>> นั่งรถไฟจาก Paddington ไป Exeter 
ฟังดูเหมือนง่ายๆ ชิลๆ แต่การเปลี่ยนแต่ละสถานี การลากกระเป๋า การยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ คือความนรกมากกกกก และกระเป๋าใหญ่ 2 อัน รวมกัน 40 กิโลอะแกร วางข้างตัวไม่ได้ ต้องหาที่เก็บ มีมาดามท่านนึงมาบอกว่า กระเป๋ายูขวางมากเลย ลองเดินไปที่ท้ายโบกี้ มีที่เก็บ เราก็เดินไป ไอ่เชี่ยยยย เต็มหมดทุกรูเลยจ้าแม่ เครียดมากเลยก็เลยเดินทะลุไปอีกโบกี้นึง เจอที่เก็บกระเป๋ายังว่างอยู่หลายที่มากกกก แบบโอ้วมายก้อดดด ชั้นได้วางเป็นคนแรกๆ ของช่องนี้เรยยยย โล่งจัยยยย  วางได้ชิลๆเลย ขอบคุณความโชคดี เย้!!!!!!

----------------------------------------------------

>>นั่งรถไฟผ่านสถานนีต่างๆ เพื่อไปยัง Exeter พอใกล้ๆถึง Exeter ก็รีบไปยืนรอตรงประตู และเตรียมเอากระเป๋ามาวาง โอ้วแม่เจ้าาาาาาาาาา การวางกระเป๋าไว้คนแรกนั้น นึกว่าโชคดีแล้ว แต่....คนที่ขึ้นจากสถานีถัดๆ ไปก็นำกระเป๋ามาวางต่อๆๆ กลายเป็นว่า กระเป๋าอันใหญ่มโหฬารของชั้นถูกดันเข้าไปในสุด ลึกสุดแบบ จินตนาการไม่ถูกเลยว่าจะแงะ ออกมายังไง แล้วคืออีกไม่กี่นาทีจะถึง Exeter แล้ว เหงื่อตกกกก บอกเลยว่า กุจะเคลียร์กระเป๋าต่างๆที่มันทับๆๆ กระเป๋าเราออกยังไงวะ มีแต่กระเป๋าลากหนักๆทั้งนั้น แต่...โชคดีอีกแล้ว มีสาว British ร่างใหญ่จะลง Exeter เธอบอกว่า มา vacation ที่นี่ แล้วกระเป๋าเค้าทับกระเป๋าเราอยู่พอดี๊ เค้าเลย ช่วยเราเคลียร์ออกมาให้ เย้!!!!!!!! เหนื่อยว้อยยยยยย 




----------------------------------------------------




>>เมื่อถึงเมือง Exeter โอ้ววววว ผ่านเส้นทางธรรมชาติสองข้างทางมาเต็มที่ เมืองนี้คือถ้าดูจาก Google map  คือ เปนพื้นที่สีเขียวเว่ออออ ซึ่งจิงแกร เรานี่รีบพาเพื่อนไปยัง apple taxi  เพื่อต่อคิวเรียกแทกซี่ไปที่หอพัก นาทีนี้ ต้องแทกซี่แล้วล่ะ แพงเท่าไหร่ก็จ่าย สบายละ จะได้เข้าหอซักที พอมาถึงหอ นี่ยื่นเอกสารคนแรกเลยจ้า มั่นใจมากกก ปรากฎว่า ทางหอพักแจ้งเราว่า 
"ตามสัญญาเข้าพักของคุณ คือเริ่มต้นวันที่ 24หนิ ทำไมยูโผล่มาวันที่ 22 เราไม่มีห้องว่างให้นะ" 

ชิบ....หาย...... 

แทบทรุด แล้วเพื่อนอีก 2 คนที่มาด้วยกัน คือผ่านฉลุย contract ของทุกคนคือ 
เข้าพักวันที่ 22 แต่ของเราคือวันที่ 24 ^0^
ทุกคนโบกมือลา และลากกระเป๋าแก๊กๆๆ เข้าห้องของแต่ละคน
...
ระหว่างเรา ยืนสงบนี่งไว้อาลัยให้กับตัวเอง
เจ้าหน้าที่หอพักก็ยังบอกอีกนะว่า " Do you know airbnb?, so it might be your choice"
คืออออออ กระเป๋าที่หนักมากกกก จะให้ชั้นเรียกแทกซี่และหอบกะเตงๆๆ พวกสัมภาระหนักๆแบบนี้ไปนอน airbnb อีกหรอ นอนแหมะแค่2 คืน แล้วค่อยมาใหม่หรอ คือ ว้อททททท??
....
ตัดสินใจ call line ไปหาพี่ agency ที่ติดต่อเรื่องที่พักให้
แม้ว่าแอบเกรงใจก็เถอะ ตอนนั้นน่าจะดึกแล้วของเวลาไทย
ดีที่พี่เค้าตอบไลน์เร็ว และเค้าก็บอกเราว่า "I didnt know that you will check-in early"
อ้าวววว นี่ก็ เอาไงดีวะ เราคิดว่าเราแจ้งเค้าแล้วนะ ว่าไฟลท์จะถึง 22 
แต่ก็ สับสน ว่า เอะ หรือเราแจ้งพี่ agency อีกคนไป จำได้ว่าบอกแล้ว
สักพัก ผู้จัดการหอพักก็เดินลงมาบอกว่า

"You are so lucky , your room is available now!!!"
"The former resident just checked out this morning, and then we cleaned this afternoon"
"You are so lucky!!!, It is quite rare for this case"
"You are so lucky"
..
แล้วก็ พูดอยู่นั่นแหละวนไปว่า
"You are so lucky!!"

โอ้ยยยยยย ขอบคุณณณณณค่าาาาาา
เกือบบบบบบไม่รอดจ้า 



------

คืนแรกที่ Exeter จบลงด้วยความฟิน เพราะโชคดีมากกกกกกกก
ที่เจอน้องคนไทย คือติดต่อน้องเกี่ยวกับเรื่องทำพาร์ทไทม์ที่นี่ไว้ ตั้งแต่อยู่ไทย
แล้วบังเอิญว่า อยู่หอเดียวกัน น้องเลยพาเดินเที่ยวรอบเมือง 
ภายใน 3 ชั่วโมง คือรู้จัก Exeter ถนนหลัก ถนนย่อย
มีการแนะนำ ranking ให้ด้วยว่า ซุปเปอร์มาเก็ตไหนที่ของคุณภาพดีสุด กลางๆ ไปยัน พอประทังชีวิต
แน่นอนว่าอันดับ 1 ต้องเป็น Marks & Spencer ที่เหลือ จำยังไม่ได้ แหะๆ

"ร้าน Chevalier อร่อยมากพี่ ราคาไม่แรง"

"พี่เห็นร้านตรงนั้นมั้ย มีเบียร์14 แทป แล้วเราเลือกสั่งแก้วเล็กๆมาชิมได้"

"ไส้กรอกร้าน food อร่อยมาก ต้องเดินเข้าไปลึกๆ จะเห็นพี่"

"ถ้าจะซื้อพวกของมาทำอาหารไทยๆ มีร้านเอเชียนะพี่ ชื่อย้ง กับ 168" 

"ร้านย้ง ซื้อเท่าไหร่ จ่ายสด จ่ายบัตร ลดให้ นศ หมดเลย" 

"ร้าน168 พี่ต้องจ่ายเงินสดนะ ต้องซื้อ 10 ปอนด์ขึ้นไป เขาถึงจะลด "

"สังเกตโคมไฟเหลืองตามริมถนน คือ พี่ข้ามถนนตรงนั้นได้เลย รถจะหยุดให้เรา"

"Exeter เป็นเมืองที่เคยรวยที่สุดในอังกฤษนะพี่ ตอนสงครามโลก(Germany)เ
ค้าเลยเลือกทิ้งระเบิดที่นี่"

บลาบลาบลา.....







เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ warmly welcome มากๆค่าาาาาา 
จำได้ว่ามีน้องนล น้องมิกซ์ และก็พี่เตย ที่พาเดินดูเมือง
ประทับใจมากเลย :D 

กลับห้องวันนั้นคือ ไม่จัดของไรเลย รีบอาบน้ำนอน สลบค่าาาาาา

(ขอบคุณที่อ่านจบน๊า จุ๊ปๆ)






           

No comments:

Post a Comment

Hello English !

HELLO ENGLISH !!! ... ก่อนจะเปิดเทอม... อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้บีมาเรียนต่อ ที่ประเทศอังกฤษ มันมีหลายเรื่อง...